ประกันสังคมแบบใหม่ 2569 เริ่มใช้แล้ววันนี้

1 ปี ประกันสังคม = เงินสมทบ 26,775 บาท

ลูกจ้าง “ได้อะไร” จากเงินก้อนนี้บ้าง?

ทุกเดือน มนุษย์เงินเดือนจำนวนมากอาจเห็นตัวเลข 875 บาท ถูกหักออกจากสลิปเงินเดือนโดยอัตโนมัติ
หลายคนจ่ายไปเรื่อย ๆ ตามกฎหมาย โดยไม่เคยหยุดถามว่า
“เงินก้อนนี้ เราได้อะไรกลับมาบ้าง?”

ถ้าลองมองให้ลึกขึ้น จะพบว่าเงินประกันสังคม 1 ปี
ไม่ได้มีแค่เงินที่เราจ่ายเอง แต่เป็นเงินก้อนใหญ่ที่มีทั้ง นายจ้าง และรัฐบาล ร่วมสมทบเข้ามาด้วย

1 ปี ประกันสังคม ได้เงินสมทบคนละ 26,775 บาท แล้วลูกจ้าง ได้อะไรจากตรงนี้บ้าง /โดย ลงทุนแมน
ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ตั้งแต่ 17,500 บาท จะเริ่มเห็นตัวเลข 875 บาท ถูกหักออกจากสลิปเงินเดือนทุกเดือน เพื่อส่งเข้าสู่กองทุนประกันสังคม
หากลองคูณตัวเลขนี้ดู เราจะพบว่าใน 1 ปี เราต้องควักเงินจากกระเป๋าตัวเอง 10,500 บาท 
และเมื่อเราได้รับเงินสมทบจากนายจ้าง และรัฐบาลอีก
รวมแล้ว ก็จะเป็นเงินสมทบเดือนละ 2,231 บาท
หรือคิดเป็นคนละ 26,775 บาทต่อปี
กองทุนประกันสังคมแบบใหม่ 2569 เช็คสิทธิพิเศษได้แล้ววันนี้

เงิน 26,775 บาทต่อปี มาจากไหน?

สำหรับลูกจ้างที่มีรายได้ตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป
เงินสมทบประกันสังคมจะถูกคำนวณในอัตราสูงสุดดังนี้

  • ลูกจ้าง สมทบ 5% ของเงินเดือน = 875 บาท/เดือน
  • นายจ้าง สมทบ 5% เท่ากัน = 875 บาท/เดือน
  • รัฐบาล สมทบ 2.75% = 481 บาท/เดือน

รวมแล้ว เท่ากับมีเงินเข้าสู่กองทุนประกันสังคม
2,231 บาทต่อเดือน หรือ 26,775 บาทต่อปี ต่อคน

แม้ลูกจ้างจะจ่ายเงินจริงจากกระเป๋าเพียง 10,500 บาทต่อปี
แต่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับนั้น คิดจากเงินสมทบรวมทั้งก้อน

ลูกจ้างได้อะไรจากเงินประกันสังคม?

ประกันสังคมถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่คล้าย “ประกันกลุ่มขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ”
เพื่อรองรับความเสี่ยงพื้นฐานที่อาจเกิดขึ้นตลอดชีวิตการทำงาน

สิทธิประโยชน์หลักที่ลูกจ้างได้รับ ได้แก่

  • ค่ารักษาพยาบาล
    ครอบคลุมการรักษาโรคทั่วไป ทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD)
  • เงินชดเชยกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือว่างงาน
    สูงสุดไม่เกิน 8,750 บาทต่อเดือน
  • ค่าคลอดบุตร
    ได้รับเงินเหมาจ่าย 26,500 บาทต่อครั้ง
  • เงินชดเชยการลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร
    ในช่วงเดือนที่ 3–4 หลังคลอด สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
    จำนวน 105,000 บาทต่อครั้ง

สิ่งเหล่านี้คือ “สวัสดิการขั้นต่ำ” ที่ลูกจ้างทุกคนมีสิทธิได้รับ
โดยไม่ต้องซื้อประกันเพิ่ม และไม่ต้องผ่านการพิจารณาสุขภาพ

สิทธิพิเศษที่หลายคนมองข้าม

นอกจากสวัสดิการหลัก ประกันสังคมยังมีสิทธิที่ประกันเอกชนหลายแห่งไม่คุ้มครอง เช่น

  • ทันตกรรม ขูดหินปูน วงเงิน 900 บาทต่อปี
  • การตรวจ Sleep Test สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สิทธิเหล่านี้สะท้อนว่า ประกันสังคมไม่ได้ดูแลแค่ “ยามป่วยหนัก”
แต่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วย

เมื่อเกษียณแล้ว เงินประกันสังคมให้เราเท่าไร?

ในมิติของการเกษียณ ประกันสังคมทำหน้าที่เป็น “รายได้พื้นฐาน” หลังอายุ 60 ปี

  • ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี
    → รับเงินบำนาญประมาณ 3,500 บาทต่อเดือน
  • ส่งครบ 25 ปี
    → รับเงินบำนาญประมาณ 6,125 บาทต่อเดือน

แม้จำนวนเงินอาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตทั้งหมด
แต่ถือเป็นรายได้ประจำที่ช่วยพยุงค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ภาพใหญ่ของกองทุนประกันสังคม

ณ เดือนกันยายน ปี 2568
กองทุนประกันสังคมมีมูลค่ารวมกว่า 2.8 ล้านล้านบาท
ดูแลผู้ประกันตนประมาณ 24.8 ล้านคน

คิดเป็นเงินเฉลี่ยในระบบกว่า 113,904 บาทต่อคน

เงินก้อนมหาศาลนี้ถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก เช่น

  • พันธบัตรรัฐบาลเกือบ 50%
  • หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในสัดส่วนที่จำกัด

ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.3% ต่อปี
ซึ่งต่ำกว่ากองทุนอย่าง กบข. ที่สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนได้เอง

คำถามสำคัญในอนาคต

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
จำนวนผู้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รัฐเตรียมปรับเพดานเงินสมทบให้สูงขึ้น

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่
“ต้องจ่ายหรือไม่?” เพราะกฎหมายบังคับให้ต้องจ่ายอยู่แล้ว
แต่คือ
“เงินที่เราจ่ายไป ถูกบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคุ้มค่าหรือไม่?”

เพราะกองทุนประกันสังคม คือเรือลำใหญ่
ที่ลูกจ้างเอกชนเกือบ 25 ล้านคน จำเป็นต้องโดยสารไปพร้อมกัน
และคุณภาพของการบริหารวันนี้
จะเป็นตัวกำหนดความมั่นคงของชีวิตในวันเกษียณของพวกเราทุกคน

ที่มา : ลงทุนแมน

บทความแนะนำ

ทักษะจำเป็นในปี 2026 และอนาคต ใครมี…คนนั้นรอด !

ทักษะจำเป็นในปี 2026 และอนาคต ใครมี…คนนั้นรอด !

โลกการทำงานยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่าที่คิด ทักษะต่างๆ ที่เราเคยมี อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป...

อ่านเพิ่มเติม