Burnout หรือภาวะหมดไฟในการทำงานเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันมานาน แต่ตอนนี้มีศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า Boreout ซึ่งเป็นภาวะหมดไฟรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่หลายองค์กรหันมาใช้กับรูปแบบการทำงานแบบ Remote และ Hybrid
ภาวะ Bournout และ Boreout แตกต่างกันอย่างไร ?
Adam Grant นักจิตวิทยาและเจ้าของผลงานหนังสือขายดีอันดับ 1 ของ New York Times ที่มียอดขายหลายล้านเล่ม เช่น VIBE, Hidden Potential, Think Again, Originals และ Give and Take ฯลฯ อธิบายว่า Burnout เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อคนทำงานรู้สึกว่ามีภาระมากเกินไปหรือได้รับสิ่งกระตุ้นมากเกินไปและรู้สึกหนักอึ้งจนรับไม่ไหว แต่ Boreout เป็นภาวะที่เบื่อหน่ายจนถึงที่สุด มักเกิดขึ้นเมื่อคนทำงานรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย และไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นได้
Boreout เกิดขึ้นในยุคการทำงานออนไลน์
เคยสังเกตไหมว่ามื่อไหร่ที่มีการประชุมออนไลน์ หลายคนอาจดูเฉื่อยชาหรือไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ พวกเขาไม่ได้มีอาการ Burnout แต่กลับรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังทำไม่ได้เติมพลังให้เลย ไม่มีความสนใจในการสนทนา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด Boreout สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาในยุคการทำงานแบบ Hybrid ไม่ได้มีแค่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก แต่ยังรวมถึงความเบื่อหน่าย ความรู้สึกโดดเดี่ยว และการขาดพลังจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ซึ่งอาจส่งผลต่อความผูกพันกับองค์กรและประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาวได้
นอกจากนี้ อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำงานมีความสุขและน่าตื่นเต้น คือ ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน แต่เพราะพนักงานในยุคปัจจุบันเปลี่ยนงานบ่อยกว่าในอดีต หลายคนจึงไม่ค่อยลงทุนสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับเพื่อนร่วมงาน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ในที่ทำงานมักเป็นเพียงการรู้จักกันผิวเผินหรือเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเพื่อการทำงานเท่านั้น ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ได้ตั้งใจจะอยู่กับองค์กรในระยะยาว เราก็มักไม่ลงทุนสร้างความสัมพันธ์เหมือนในอดีต เรามองเพื่อนร่วมงานเป็นเพียงคนที่เข้ามาแล้วก็จากไป จึงรักษาความสัมพันธ์ไว้แค่ในระดับสุภาพ แต่ความเป็นเพื่อนที่แท้จริงกลับไปเกิดขึ้นนอกที่ทำงานมากกว่า
การที่จะลดภาวะ Boreout ได้นั้น ส่วนหนึ่งคือการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน และเริ่มต้นได้ไม่ว่าจะเป็นการชวนกันไปดื่มกาแฟ พูดคุยนอกเหนือจากเรื่องงาน หรือร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ท้าทาย เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างความผูกพันและทำให้การทำงานมีคุณค่ามากขึ้น
Employee Engagement ช่วยลดภาวะ Boreout
แล้วองค์กรจะป้องกันภาวะ Boreout ได้อย่างไร ? คำตอบหนึ่งคือการสร้าง Employee Engagement หรือการมีความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน จะช่วยลดภาวะ Boreout ที่ว่านี้ได้ โดย Employee Engagement หรือความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานนั้นช่วยตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ นั่นคือ การรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีคนให้คำปรึกษา และสามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างสบายใจ พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น และพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน หากพนักงานต้องทำงานเพียงลำพัง ติดต่อกับเพื่อนร่วมงานเฉพาะเรื่องงาน หรือรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจความคิดเห็นของตน แม้งานจะไม่หนัก แต่ก็อาจเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงบันดาลใจ และนำไปสู่ภาวะ Boreout ได้
ทำไมยุค Hybrid และ Remote จึงทำให้เรื่องนี้สำคัญ
เพราะการทำงานแบบ Hybrid และ Remote ทำให้การพบปะพูดคุยกันอยู่ในรูปแบบไม่เป็นทางการ เช่น การคุยระหว่างพักกลางวัน หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหน้าห้องประชุมลดลง ความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นตามธรรมชาติจึงหายไป และถูกแทนที่ด้วยการประชุมออนไลน์ที่มุ่งเน้นเฉพาะงาน เมื่อเวลาผ่านไป พนักงานบางคนอาจเริ่มรู้สึกว่า การทำงานเป็นเพียงการรับมอบหมาย ส่งงาน และจบวัน โดยไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คนหรือเป้าหมายขององค์กร ความรู้สึกเช่นนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Employee Engagement ลดลง แม้ว่าระบบการทำงานจะมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เมื่อพนักงานมี Engagement พวกเขาจะไม่ได้เพียง “มาทำงานให้เสร็จ” แต่จะรู้สึกว่างานของตนมีคุณค่า และมีบทบาทสำคัญต่อทีมและองค์กร
องค์กรมีส่วนสร้าง Employee Engagement ได้อย่างไร ?
ในความเป็นจริงแล้วองค์กรไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการสร้าง Engagement แต่สามารถเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ลดความเข้มงวดกับกฎเกณฑ์ในการประชุมออนไลน์ เช่น การบังคับให้พนักงานต้องเปิดกล้องตลอดเวลา หรือกำหนดให้ใช้พื้นหลัง (Background) แบบเดียวกัน อาจทำให้การประชุมรู้สึกเป็นภาระมากกว่าการสร้างความร่วมมือ แม้กระทั่งเปิดโอกาสให้ทีมมีเวลาพูดคุยนอกเหนือจากเรื่องงาน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามทีม หัวหน้าควรหมั่นพูดคุยกับลูกทีมแบบเห็นหน้ากันอย่างสม่ำเสมอ สร้างวัฒนธรรมการชื่นชมและขอบคุณกันในทีม ตลอดจนจัดกิจกรรมที่ช่วยให้พนักงานสร้างความสนิทสนมและความสัมพันธ์เชิงบวก
ที่มา
https://www.cnbc.com/2025/03/13/adam-grant-what-is-boreout.html





