ลาออกจากงานแล้ว ประกันสังคมยังไปต่อได้! รู้จักมาตรา 39 และ 40 ก่อนตัดสินใจ 

โลกการทำงานยุคใหม่ ประกันสังคมถือเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่ช่วยคุ้มครองความมั่นคงทางด้านรายได้ สุขภาพ และชีวิตหลังเกษียณ สำหรับมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จะเป็นประกันสังคมภาคบังคับคือ มาตรา 33 แต่ถ้าเป็นคนทำงานอิสระ การทำประกันสังคมมาตรา 39 และ 40 ถือว่าเป็นทางเลือกที่มั่นคงและช่วยเพิ่มความมั่นใจ

มาตรา 39

ประกันสังคมมาตรา 39 คือการประกันตนแบบสมัครใจ สำหรับผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และออกจากงานแล้ว แต่ยังต้องการรักษาสิทธิ์ประกันสังคมต่อเนื่อง เช่น สิทธิ์รักษาพยาบาล เงินทดแทน และบำนาญในอนาคต โดยผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาทต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งคำนวณจากฐานค่าจ้างสมมติ 4,800 บาท ในอัตรา 9% หากขาดการส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกันหรือภายในระยะเวลา 1 ปี หรือส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน จะถือว่าสิ้นสุดสถานะผู้ประกันตนมาตรา 39 และไม่สามารถกลับมาใช้สิทธิ์เดิมได้อีก

คุณสมบัติของผู้ที่สามารถสมัครประกันสังคมมาตรา 39

  • เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
  • ออกจากงานประจำมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง
  • ต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม

สิทธิประโยชน์มาตรา 39

  • ค่ารักษาพยาบาล สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ครอบคลุมการตรวจรักษาโรคทั่วไป อุบัติเหตุ และการรักษาตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม
  • เงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง (คำนวณจากฐานเงินสมทบ 4,800 บาท หรือเท่ากับวันละ 80 บาท) โดยระยะเวลาการจ่าย ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และรวมกันไม่เกิน 180 วันต่อปี (ยกเว้นโรคเรื้อรังจ่ายไม่เกิน 365 วัน) แต่เงื่อนไขคือ ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนและภายใน 15 เดือนก่อนเจ็บป่วย โดยต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว
  • เงินสงเคราะห์คลอดบุตร ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าคลอดบุตรโดยเหมาจ่ายได้ 15,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ใช้สิทธิได้ทั้งผู้ประกันตนชายและหญิง) และจะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรอีก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน (คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท เท่ากับเบิกได้สูงสุด 22,500 บาท และสิทธินี้ใช้ได้สำหรับการคลอดบุตรคนที่ 1 และ 2 เท่านั้น) 
  • เงินเลี้ยงดูบุตร เช่น จ่าย 1,000 บาท ต่อบุตร 1 คน โดยเป็นการจ่ายตั้งแต่แรกเกิดจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ (สามารถใช้สิทธิเบิกคราวละไม่เกิน 3 คน)
  • กรณีทุพพลภาพ ถ้าผู้ประกันตนเกิดทุพพลภาพจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้รับเงินทดแทนรายเดือน รวมถึงสิทธิการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีทุพพลภาพรุนแรง ผู้ประกันตนจะรับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิต ในกรณีที่ทุพพลภาพไม่รุนแรงจะได้รับเงินทดแทนตามอัตราและระยะเวลาที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด
  • กรณีชราภาพ เมื่อถึงอายุเกษียณและมีการส่งเงินสมทบตามเงื่อนไข จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญชราภาพหรือเงินบำเหน็จตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ เช่น กรณีจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 180 เดือน มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง แต่หากมีการจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราบำนาญชราภาพขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน ส่วนการจ่ายเงินบำเหน็จหรือจ่ายก้อนเดียวครั้งเดียว กรณีที่ผู้ส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตนที่จ่ายมาทั้งหมด แต่หากส่งตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างนำส่ง พร้อมกับผลประโยชน์ตอบแทนที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
  • กรณีเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการศพสามารถรับเงินค่าทำศพเป็นจำนวน 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์ที่จะจ่ายให้ทายาทตามเกณฑ์ โดยกรณีส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือน แต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 12 เดือน

มาตรา 40

ประกันสังคมมาตรา 40 คือประกันสังคมสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบลูกจ้างขององค์กร เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมเช่นเดียวกับพนักงานประจำ โดยผู้ประกันตนสามารถเลือกได้ 3 ทางเลือก ได้แก่ 1. จ่ายเดือนละ 70 บาท ได้สิทธิ์ค่าทดแทนกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต 2. จ่ายเดือนละ 100 บาท รวมสิทธิ์ทางเลือกที่ 1 และเพิ่มสิทธิ์เงินบำเหน็จชราภาพ 3. จ่ายเดือนละ 300 บาท รวมสิทธิ์ทางเลือกที่ 2 และเพิ่มสิทธิ์เงินสงเคราะห์บุตร

คุณสมบัติของผู้ที่สามารถสมัครประกันสังคมมาตรา 40

  • ต้องมีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 15–60 ปี
  • ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 อยู่ในขณะนั้น

เงื่อนไข

  • ผู้ประกันตนสามารถจ่ายเงินสมทบงวดปัจจุบัน และงวดล่วงหน้าได้ 12 เดือน แต่ไม่สามารถจ่ายย้อนหลังได้ 
  • ผู้ประกันตนทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติม (ออมเพิ่ม) ได้ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อเดือน
  • กำหนดให้รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ไม่เกินกึ่งหนึ่งของเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน

สิทธิประโยชน์มาตรา 40

  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคม แต่ต้องใช้สิทธิอื่น เช่น บัตรทอง 30 บาท หรือสิทธิข้าราชการในการรักษาแทน
  • ผู้ประกันตนสามารถเลือกแผนให้เหมาะกับรายได้และความต้องการของแต่ละคน ถือเป็นหลักประกันที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับแรงงานนอกระบบในระยะยาว
  • เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างมีสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐในราคาที่เข้าถึงได้ จ่ายน้อยแต่ได้รับความคุ้มครองที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและรายได้ในยามจำเป็น เช่น นอนโรงพยาบาล 1 วันขึ้นไป ได้รับเงินชดเชยวันละ 300 บาท (ตามเงื่อนไขของแต่ละทางเลือก) ผู้ป่วยนอกที่แพทย์สั่งหยุดพักและมีใบรับรองแพทย์ ได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท และบางกรณีได้รับเงินชดเชยตามจำนวนครั้งที่เข้ารับการรักษา ตามเงื่อนไขของแผนที่เลือก

ประกันสังคมไม่ได้เป็นเพียงสวัสดิการสำหรับพนักงานประจำเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวสำหรับคนทำงานทุกกลุ่ม หากเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องการรักษาสิทธิประโยชน์เดิมไว้ มาตรา 39 ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องทั้งด้านการรักษาพยาบาล เงินทดแทนรายได้ และสิทธิชราภาพ ขณะที่มาตรา 40 เหมาะสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบที่ต้องการมีหลักประกันพื้นฐานในราคาที่เข้าถึงได้

การเลือกสมัครประกันสังคมที่เหมาะสมกับสถานะการทำงานของตนเอง ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางแผนความมั่นคงทางการเงินในอนาคต โดยเฉพาะในวันที่รายได้อาจไม่แน่นอนหรือเมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ เพราะไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ การมีหลักประกันรองรับชีวิตย่อมสร้างความอุ่นใจและความมั่นคงได้มากกว่าไม่มีการเตรียมตัวเลย

ที่มา : สำนักงานประกันสังคม  กองทุนเงินทดแทน

บทความแนะนำ

Agentic AI กำลังเปลี่ยน HR Operations อย่างไร: เมื่อ AI ไม่ได้แค่ช่วยงาน แต่ “ลงมือทำงานแทน”

Agentic AI กำลังเปลี่ยน HR Operations อย่างไร: เมื่อ AI ไม่ได้แค่ช่วยงาน แต่ “ลงมือทำงานแทน”

ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา HR จำนวนมากเริ่มคุ้นเคยกับ AI มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ช่วยเขียน Job...

อ่านเพิ่มเติม