โลกการทำงานยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่าที่คิด ทักษะต่างๆ ที่เราเคยมี อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป และหากคุณไม่อยากเป็นจุดอ่อนของทีม การปรับตัวและเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณได้ไปต่อ ส่วนจะมีทักษะอะไรบ้างที่จำเป็นในปีนี้และอนาคต เรารวบรวมมาให้แล้ว…
Soft Skills ทักษะสำคัญแห่งยุค
เดิมที ใบปริญญาและความรู้ทางวิชาการ (Hard Skills) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการหางาน การจะเป็นผู้ถูกเลือกให้ได้งาน อาจต้องวัดกันที่เกรดเฉลี่ยและวุฒิการศึกษา แต่นับจากนี้ไป คนที่มีทักษะอื่นๆ รอบด้านจะกลายเป็นข้อได้เปรียบ โดยเฉพาะผู้ที่มี Soft Skills หรือทักษะความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ใช่ความรู้ด้านวิชาการโดยตรง เช่น ทักษะด้านความคิด พฤติกรรม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก World Economic Forum (WEF) หรือสภาเศรษฐกิจโลก ชี้ชัดว่า ใบปริญญาและความรู้เชิงวิชาการ (Hard Skills) จะกลายเป็นเพียงใบเบิกทาง แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าใครจะอยู่รอดและได้ไปต่อ คือ “Soft Skills” หรือทักษะความเป็นมนุษย์ ซึ่ง AI ไม่สามารถที่จะเลียนแบบได้
5 Soft Skills มาแรง ใครมี…ได้ไปต่อแน่นอน !
แม้ว่า AI จะมีความฉลาดปราดเปรื่องแบบก้าวกระโดดและคิดคำตอบได้รวดเร็วกว่ามันสมองของมนุษย์สักแค่ไหน แต่สิ่งที่มันทำไม่ได้เท่ากับมนุษย์ นั่นก็คือทักษะความเป็นมนุษย์ ได้แก่
1.การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
แม้ว่า AI จะเก่งกาจในเรื่องการหา “คำตอบ” แต่มนุษย์เป็นเลิศกว่าในแง่ “การตั้งคำถาม” ดังนั้น ผู้ที่มีทักษะด้าน Critical Thinking จะสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคิด ช่วยทำงาน สามารถตรวจสอบข้อมูลจาก AI ได้ว่าถูกหรือผิด รวมไปถึงสามารถหยิบเอาข้อมูลจาก AI มาผสมผสานกับประสบการณ์การทำงาน และสัญชาตญานความเป็นมนุษย์ ทำให้ตัดสินใจได้อย่างยืดหยุ่นภายใต้บริบททางสังคม ศีลธรรมและจริยธรรม ในขณะที่ AI ไม่สามารถคิดนอกกรอบไปจากข้อมูลที่มนุษย์ป้อนให้
2. ความคล่องตัวทางดิจิทัล (Digital Fluency)
ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องใช้ AI ให้เป็นอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึง การทำงานร่วมกับ AI เหมือนเป็นเพื่อนร่วมทีมหรือพาร์ทเนอร์ ซึ่งคุณจะต้องมีความเข้าใจ เลือกใช้เครื่องมือ AI และมีความสามารถในการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา สื่อสาร และทำงานให้มีประสิทธิภาพ
3. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability)
ทักษะด้านนี้ถูกจัดให้เป็นแกนหลักสำหรับคนทำงานและคนทำธุรกิจในยุค AI หรือในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว ทั้งนี้ AI ทำให้ทักษะบางอย่างล้าสมัยเร็วหรือเป็นทักษะที่ไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์ทำอีกต่อไป เช่น งาน Call Center ที่เดิมทีใช้มนุษย์และพูดตามสคริปต์เดิมๆ ซ้ำๆ แต่ภายหลังถูกแทนที่ด้วย Chatbot ที่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับตัวยังรวมไปถึง การล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้เร็วหรือที่เรียกว่า AQ (Adversity Quotient) ซึ่งหมายถึง ความฉลาดในการเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ หรือมีภูมิต้านทางทางใจในการรับมือกับปัญหา สามารถเผชิญหน้า แก้ไข และก้าวข้ามปัญหาให้ผ่านไปได้ เพราะคนที่ใจพังง่าย มักจะไปต่อยาก ผู้ที่มีทักษะด้าน AQ สูง จึงเป็นคุณสมบัติที่หลายองค์กรต้องการ เพราะคนกลุ่มนี้มักจะมองวิกฤตเป็นโอกาส มองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย มีความอึด อดทน รับมือกับความกดดันได้ดี และมักเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีอีกด้วย
4. ทักษะด้านการสื่อสารและโน้มน้าวใจ
ไม่ว่าคุณจะทำงานเก่งแค่ไหน หากสื่อสารไม่เป็น งานก็ไปต่อยากโดยเฉพาะในยุคที่งานมีความซับซ้อนและต้องทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย ทักษะด้านการสื่อสารและโน้มน้าวใจ จึงถือเป็นหนึ่งใน Soft Skills ที่สำคัญมาก เพราะเป็นทักษะที่ทำให้ผู้คนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น การสื่อสารที่ดีจะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ลดความผิดพลาด สามารถทำงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ส่วนการโน้มน้าวใจจะช่วยให้ความคิดดีๆ เจ๋งๆ ได้รับการยอมรับและเกิดผลจริง เพราะฉะนั้น ในโลกการทำงานยุคใหม่ คนที่สื่อสารและโน้มน้าวใจได้ดี มักจะอยู่รอดและมีคุณค่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม
5. มีความเข้าอกเข้าใจ (Empathy)
หุ่นยนต์อาจจะรับรู้ได้ แต่ไม่สามารถเข้าใจความเป็นมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้น ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นคือกุญแจสำคัญที่ทำให้มนุษย์แตกต่างและอยู่เหนือหุ่นยนต์ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล คุณค่าและหัวใจความเป็นมนุษย์ยิ่งต้องสูงตามไปด้วย เพราะมันทำให้การตัดสินใจเต็มไปด้วยความเข้าใจและมีมนุษยธรรม เช่น AI อาจบอกว่า เลิกจ้างคุ้มที่สุด แต่มนุษย์อาจเลือกใช้วิธีที่นุ่มนวลกว่า เช่น ปรับบทบาทพนักงานมากกว่าการเลิกจ้าง อีกทั้งลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเชื่อใจคนที่ “เข้าใจความต้องการของเขา” ลูกทีมมักจะเชื่อใจหัวหน้าที่ “รับฟ้ง” แต่ AI แม้ว่าจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่รับผิดชอบทางใจและไม่สามารถสร้างสายใยความสัมพันธ์ได้จริง ดังนั้น ความเข้าอกเข้าใจคือ Soft Skills ที่ AI เลียนแบบได้ แต่ไม่สามารถจะเป็นได้
ทักษะใหม่สำหรับผู้นำ
แล้วผู้นำในองค์กรล่ะ มีทักษะอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับปี 2026 และในอนาคต ? คำตอบก็คือ ผู้นำต้องทำในสิ่งที่ AI ทำไม่ได้เช่นเดียวกัน อาทิ การนำด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ (Emphatic Leadership) โดยบทบาทของผู้นำจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเดิมที่หัวหน้าเป็นผู้คอยสั่งการหรือผู้คุมทุกอย่าง จะต้องเปลี่ยนบทบาทไปเป็นโค้ช หน้าที่หลักคือการสนับสนุนทีม ช่วยปลดล็อกศักยภาพของลูกทีมของแต่ละคนและหันไปโฟกัสที่ผลลัพธ์ของงาน แทนที่จะไปจ้ำจี้จำไชที่กระบวนการทำงาน
สองคือการใช้ข้อมูลบวกกับการตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม (Data & Ethic) สามคือการบริหารทีมที่ทำงานกันคนละที่แบบ Hybrid (Hybrid Team Management) ทั้งหมดนี้คือทักษะที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้และจะสร้างความแตกต่างให้กับผู้นำยุคใหม่อย่างแท้จริง
สรุป การประสบความสำเร็จในการทำงานปี 2026 และในอนาคตนับจากนี้ อาจไม่ได้มาจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่มาจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับความเข้าใจในมนุษย์หรือ Human Insight นั่นเอง
อ้างอิง
https://www.hyperworkrecruitment.com/post/top-10-fastest-growing-skills-in-the-future-in-thailand





