HR ต้องรู้ เมื่อสมรสเท่าเทียมผ่านรัฐสภาไทย

เป็นนิมิตหมายอันดีที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมกำลังจะเกิดขึ้นในสังคมไทย “สมรสเท่าเทียม” เป็นการเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่อสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมทางเพศของกลุ่ม LGBTQIA+ ที่ถูกพูดถึงและเป็นที่ถกเถียงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปี 2567 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญสำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIAN+ ในประเทศไทย

"สมรสเท่าเทียม" หรือ  พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1448 หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม จะมีประโยชน์ในการมอบสิทธิและความเท่าเทียมให้แก่ทุกเพศ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ไม่ว่าจะเพศสภาพใด ก็สามารถสมรส จดทะเบียนสมรส และเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐที่เป็นประโยชน์ได้ ยกตัวอย่าง ดังนี้

  • บุคคลไม่ว่าจะมีเพศสภาพ หรือมีอัตลักษณ์ทางเพศอย่างไร เมื่อจดทะเบียนสมรสกันก็ถือเป็น "คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย"
  • "คู่สมรส" จะไม่จำกัดเฉพาะชาย-หญิง เท่านั้น แต่ครอบคลุมทุกเพศสภาพ
  • ใช้ถ้อยคำที่เป็นกลางทางเพศมากขึ้น เช่น สามี-ภรรยา ปรับเป็น "คู่สมรส", ชาย-หญิง ปรับเป็น "บุคคล", บิดา-มารดา ปรับเป็น "บุพการี"
  • ทุกบุคคลจะได้รับความเท่าเทียม และได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ตามหลักความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิในการหมั้น, สิทธิจดทะเบียนสมรส, สิทธิจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส, สิทธิเป็นผู้จัดการแทนในทางอาญาเช่นเดียวกับสามี-ภรรยา, สิทธิรับมรดกหากอีกฝ่ายเสียชีวิต, สิทธิรับบุตรบุญธรรม, สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม, สิทธิเซ็นยินยอมให้รักษาพยาบาลอีกฝ่าย, สิทธิจัดการศพ เป็นต้น
  • ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการจากรัฐในฐานะคู่สมรส เช่น สิทธิรับประโยชน์ทดแทนจากประกันสังคม, สิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
  • คู่สมรสสามารถรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ และให้บุตรบุญธรรมใช้นามสกุลคู่สมรสได้ โดยจะต้องมีอายุแก่กว่าบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
  • มีการปรับอายุขั้นต่ำของบุคคล ในการจดทะเบียนสมรส จากเดิม 17 ปี ขึ้นเป็น 18 ปี เพื่อสอดคล้องกับอนุสัญญาสิทธิเด็ก (หากอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ยังต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม)

ในฐานะฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ผู้ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการดูแลพนักงานของบริษัทควรสนับสนุนให้บริษัทมีการปรับสวัสดิการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรสให้เป็นปัจจุบัน และกำหนดแนวทางและนโยบายของบริษัทเมื่อ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ได้ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ 

  1. คู่เเต่งงานที่เป็นเพศเดียวกัน ควรได้รับสิทธิต่างๆในที่ทำงานเหมือนทุกคน
  2. คู่รักเพศเดียวกันที่แต่งงาน ต้องได้รับสิทธิลางานเพื่อครอบครัวและการลาป่วยเช่นเดียวกับคู่รักต่างเพศที่แต่งงานกัน
  3. ผู้บริหารบริษัท ควรส่งเสริมวัฒนธรรมการยอมรับเมื่อพูดถึงรสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ
  4. นายจ้างควรพิจารณาวิธีปฏิบัติเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าสถานที่ทำงานมีความเป็นกลางทางเชื้อชาติ ศาสนา และเพศ เพื่อให้สอดคล้องกับการคุ้มครองรสนิยมทางเพศ
  •  การเพิ่มแนวทางการให้ความรู้เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศเข้าในโปรแกรมฝึกอบรมความหลากหลายควรมีอยู่ในทุกบริษัท 
  • ควรมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องห้ามการพูดจาดูหมิ่นเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศในที่ทำงาน และไม่ควรที่จะล่วงละเมิดผู้อื่นโดยเพียงเพราะรสนิยมทางเพศของพวกเขา 
  • ย้ำเตือนพนักงานเรื่องการการกระทำที่ดูหมิ่นต่อรสนิยมทางเพศของคนในองค์กร
  • บริษัทบังคับใช้นโยบายห้ามการเลือกปฏิบัติโดยอิงตามรสนิยมทางเพศ

หลังจากนี้ กฎหมายสมรสเท่าเทียมกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งจะมีการทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไทย หลังจากนั้นกฎหมายจะมีผลบังคับใช้จริง 120 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อ้างอิง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2420562

www.ilaw.or.th

https://www.industryweek.com

https://www.bbc.com/thai

Table of Contents

บทความแนะนำ

ขั้นตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 สำหรับพนักงานและ HR

ขั้นตอนการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2026 (สำหรับรายได้ปี 2568)

ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 เป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนควรเตรียมตัวให้พร้อม...

อ่านเพิ่มเติม...
Flexible Benefits ระบบสวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่นสำหรับ HR Manager

Flexible Benefits คืออะไร? คู่มือสำหรับ HR Manager ในการออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่

Flexible Benefits หรือ สวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่น คือหนึ่งในกลยุทธ์ด้าน HR...

อ่านเพิ่มเติม...
ระบบ HR ที่มี AI สำหรับ SME ช่วยบริหารข้อมูลพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

ระบบ HR ที่มี AI ในราคาที่ SME เข้าถึงได้: เมื่อเทคโนโลยี AI เปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคลจากงานเอกสารสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ระบบ HR ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management: HRM)...

อ่านเพิ่มเติม...