กองทุนเงินทดแทน อีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างต้องรู้

กองทุนเงินทดแทน เป็นอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง มีความต่างจากกองทุนประกันสังคมตรงที่ นายจ้างจะเป็นคนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ประกันสังคมจะเป็นการหักจากเงินเดือนของลูกจ้างทุกๆ เดือน ซึ่งในปัจจุบันบริษัทที่มีลูกจ้างแม้เพียง 1 คน นายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนตามกฎหมาย

กองทุนเงินทดแทนคือ กองทุนที่จะจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างเกิดอันตรายจากการทำงานให้นายจ้าง เช่น เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต และสูญหาย อยู่ภายใต้สำนักงานประกันสังคม โดยการจ่ายเงินทดแทนนั้น จะไม่คำนึงถึงวัน เวลา และสถานที่ แต่จะดูจากสาเหตุที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุว่า ควรจ่ายเงินทดแทนยังไง ทั้งนี้ กองทุนเงินทดแทนจะให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างใน 4 กรณี ต่างจากกองทุนประกันสังคมที่ให้ความคุ้มครอง 7 กรณี เปรียบเทียบได้ดังนี้

ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการคุ้มครองทันที นับตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานให้นายจ้าง โดยจะขอรับประโยชน์ได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้

1. ได้รับอันตรายจากการทำงาน คือ ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อร่างกายหรือผลกระทบต่อจิตใจหรือถึงแก่ความตายจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้นายจ้างหรือทำตามคำสั่งของนายจ้าง

2. เจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการทำงาน คือ สาเหตุของการเจ็บป่วยเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงาน ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งคลินิกโรคจากการทำงานทั้งหมด 133 แห่งทั่วประเทศ โดยมีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เป็นผู้ตรวจวินิจฉัยโรค เช็ค คลินิกโรคจากการทำงาน ทั่วประเทศ

3. ลูกจ้างสูญหายไปในระหว่างทำงาน และมีเหตุให้เชื่อได้ว่าลูกจ้างถึงแก่ความตายเพราะประสบเหตุอันตรายที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน รวมไปถึงการที่ลูกจ้างหายไประหว่างเดินทางไปทำงานด้วยยานพาหนะทางบก อากาศ และทางน้ำ ซึ่งมีเหตุเชื่อว่าพาหนะนั้นประสบเหตุอันตรายและลูกจ้างถึงแก่ความตาย เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 120 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม หากลูกจ้างได้รับอันตรายและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล นายจ้างต้องแจ้งเหตุภายใน 15 วัน ส่วนกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ต้องแจ้งภายใน 2 นับแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย

อย่างที่บอกไปว่า กองทุนเงินทดแทนมาจากเงินสมทบ ที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเงินทดแทนเพียงฝ่ายเดียว โดยจะมีการเรียกเก็บเงินจากนายจ้างป็นรายปี (จ่ายปีละครั้ง) ซึ่งในปีแรกนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีลูกจ้าง 1 คนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ส่วนในปีต่อๆ ไปจะต้องจ่ายภายในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี 

ทั้งนี้ จำนวนเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ทั้งปีรวมกันคนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี คูณกับอัตราเงินสมทบของประเภทกิจการระหว่างอัตรา 0.2-1.0% โดยนางจ้างแต่ละประเภทจะจ่ายเงินสมทบในอัตราที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการเสี่ยงภัยตามรหัสประเภทกิจการของนายจ้าง

สรุป กองทุนเงินทดแทนถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับแบบ 100% นับเป็นกองทุนฯ ที่สร้างความอุ่นใจให้กับชีวิตลูกจ้าง และช่วยเซฟนายจ้างในกรณีที่บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินค่าชดเชยต่างๆ ได้ทั้งหมด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506

ที่มา

https://bit.ly/3Us3EFu

https://www.thaipfa.co.th/news/view/191

Table of Contents

บทความแนะนำ

ขั้นตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 สำหรับพนักงานและ HR

ขั้นตอนการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2026 (สำหรับรายได้ปี 2568)

ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 เป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนควรเตรียมตัวให้พร้อม...

อ่านเพิ่มเติม...
Flexible Benefits ระบบสวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่นสำหรับ HR Manager

Flexible Benefits คืออะไร? คู่มือสำหรับ HR Manager ในการออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่

Flexible Benefits หรือ สวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่น คือหนึ่งในกลยุทธ์ด้าน HR...

อ่านเพิ่มเติม...
ระบบ HR ที่มี AI สำหรับ SME ช่วยบริหารข้อมูลพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

ระบบ HR ที่มี AI ในราคาที่ SME เข้าถึงได้: เมื่อเทคโนโลยี AI เปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคลจากงานเอกสารสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ระบบ HR ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management: HRM)...

อ่านเพิ่มเติม...