ai-in-HR

AI In HR : ผู้ช่วยคนสำคัญที่จะพลิกโฉมวิธีการทำงานให้กับ HR ยุคใหม่

องค์กรแต่ละองค์กรล้วนมีวิถีตามคนภายในองค์กร และทุกธุรกิจไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ จะเป็นบริษัทข้ามชาติ หรือไม่ก็ตามเริ่มที่จะตระหนักถึงความเป็นจริงนี้ โดยเฉพาะหลังจากการเกิดลาออกครั้งใหญ่หลังจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จากรายงานของ Forbes ในปี 2564 เพียงปีเดียวมีจำนวนคนลาออกจากงานสูงถึง 47 ล้านคนทั่วโลก ทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า“Great Resignation” 

เทรนด์การลาออกของพนักงาน ประกอบกับการเข้ามาของ Digital disruption ได้เป็นการบังคับให้องค์กรที่ยังไม่ได้มีการใช้เครื่องมือ และทรัพยากรทางเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อจะมาช่วย และเติมเต็มงานทางด้าน HR และการสรรหาบุคลากรจำเป็นต้องหาเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน เราได้เห็นบริษัทหลายแห่งที่ต้องการจะลงทุนนำเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยงานทางด้าน HR มากขึ้น จากข้อมูลของ Fortune business insight พบว่ามูลค่าตลาดของเทคโนโลยีเกี่ยวกับงานด้านทรัพยากรบุคคลนั้นคาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 24 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐไปเป็น 35 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในปี 2571 นี้ และบริษัทต่างๆ มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการลงทุนนำ AI มาใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิให้กับขั้นตอนการทำงาน และลดต้นทุนกันมากขึ้น

ในบทความนี้ AI GEN จะพาทุกท่านมาดูว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามาพลิกโฉมวิธีการทำงานของ HR ยุคใหม่กันได้อย่างไรบ้าง 

5 บทบาทสำคัญของ AI

ที่จะมาพลิกโฉมวิธีการทำงานของ HR

1. AI ที่ทำให้ทีม HR มีข้อมูลที่มากพอ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

อันดับแรกเทคโนโลยี AI สามารถจะเพิ่มคุณค่าให้กับกระบวนการทำงานของทีม HR และทีม Recruit ได้โดยทันทีด้วยการคาดการณ์จำนวนพนักงานที่ต้องการภายในบริษัท หรือในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ด้วยความสามารถของ AI ในการขับเคลื่อนการคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกสามารถใช้เพื่อรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ และข้อกำหนดของทีมใหม่จากแผนกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ทีม HR จัดลำดับความสำคัญของความต้องการในการจ้างงานได้อย่างมาก

เมื่อมีการระบุถึงจำนวนพนักงานใหม่ที่ต้องการได้แล้ว ระบบ AI ยังสามารถช่วยหาผู้สมัครที่มีศักยภาพผ่านทางโฆษณาการรับสมัครที่ AI เป็นคนทำขึ้นที่จะช่วยให้ทีม Recruit สามารถที่จะทาร์เก็ตผู้สมัครที่ใช่จากเว็บไซต์รับสมัครงานต่างๆ นอกจากนั้น AI ยังสามารถทำงานในส่วนของการติดตามผู้สมัครได้ดีกว่าระบบการทำงานในแบบเดิม เนื่องจากระบบ AI ได้รับการเทรนด้วยชุดข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเข้าใจคุณลักษณะ หรือคุณสมบัติของผู้สมัคร และสามารถระบุผู้สมัครที่ใช่ได้อย่างรวดเร็วจากแพลตฟอร์มที่มีอยู่มากมายอย่าง Github หรือ Quora

หลังจากนั้น AI ยังสามารถที่จะช่วยในขั้นตอนของการว่าจ้างพนักงานผ่านทางเครื่องมือในการติดตามใบสมัครที่มี AI เป็นตัวขับเคลื่อน และการให้คะแนน และจัดลำดับ Resume ด้วยเทคโนโลยีนี้สามารถที่จะช่วยลดเวลาการทำงานของทีม Recruit ได้เป็นอย่างมากในการรีวิวข้อมูลโดยทั่วไปของผู้สมัครงาน เช่น ทักษะด้านการสื่อสาร ผ่านทาง Virtual recruiter หรือผู้สรรหาพนักงานใหม่เสมือน ในบางกรณีระบบ AI สามารถช่วยในการประเมินทักษะเชิงเทคนิคด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อให้คะแนนการทดสอบการทำ coding บางประเภท หรือจำลองสภาพแวดล้อมการทำงานในชีวิตจริงเพื่อให้สามารถว่าจ้างผู้สมัครงานจากการทำงานในระยะไกลได้

2. AI ช่วยยกระดับการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee engagement)

จากเรื่องของความไม่พอใจในเรื่องของเงินเดือน และเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานที่ขาดความสมดุลระหว่างเรื่องส่วนตัว และเรื่องงาน (work-life balance) ทำให้พนักงานสามารถที่จะลาออกจากบริษัทได้จากหลากหลายเหตุผล เนื่องจากธุรกิจมักจะใช้เวลา และทรัพยากรจำนวนมากในการเทรน และช่วยทำให้พนักงานเติบโต ดังนั้นบริษัทก็ควรจะใช้เวลาที่จะประเมินว่าทำไมพนักงานถึงลาออกจากบริษัทเช่นกัน เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือที่ดีที่จะช่วยให้บริษัทรู้ได้ว่าทำไมพนักงานถึงลาออก

ในปัจจุบันได้มีเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee engagement) ที่ใช้ AI ในการขับเคลื่อนที่สามารถเก็บข้อมูล และระบุแนวโน้มของความไม่พอใจ หรือความต้องการของพนักงาน ตัวอย่างเช่น บริษัทได้มีการใช้แชทบอทเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการจ้างพนักงานใหม่ ที่ช่วยให้ทีม HR สามารถนำความคิดริเริ่มโดยนำข้อมูล Insight ที่ได้จากการทำแบบสอบถามเพื่อโฟกัสเรื่องขวัญกำลังใจของพนักงาน และสิ่งที่พนักงานในปัจจุบันให้ความสำคัญ เช่น เรื่องความแตกต่าง และความยั่งยืน นอกจากนั้นทีม HR ยังสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากระบบ AI และข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรนนิ่งของแต่ละหน่วยงาน และสร้างเป็นโอกาสที่ใช้ในการ Reskill และ Upskill ให้กับพนักงานภายในองค์กร

อีกทั้ง AI ยังเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่จะช่วยในการต่อสู้กับความเหน็ดเหนื่อยในการทำงาน (Burnout) ของพนักงานได้ หรือทำให้พนักงานมีเวลามากขึ้นที่จะทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานที่มีความท้าทายผ่านระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทาง HR ว่าทีม HR จะหาวิธีให้แต่ละหน่วยงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร และนำฟังก์ชัน AI ไปประยุกต์ใช้กับทีมต่างๆ ภายในหน่วยงาน เช่น หน่วยงานบริการลูกค้า การเงิน และกฎหมาย

3. AI ที่ทำให้การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ทำได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว

ขั้นตอนการ Onboarding ถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับองค์กร เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะช่วยกำหนดวิถีของการทำงานของพนักงานใหม่ได้ จากรายงานของ Work Institute การทำ Exit interview กับพนักงานมากกว่า 34,000 คนพบว่า 40% ของพนักงานใหม่ลาออกภายใน 1 ปีหลังจากเริ่มงานใหม่ โดยที่ทาง Work Institute คาดการณ์ว่า 3 ใน 4 ของจำนวนพนักงานที่ลาออกไปนั้นสามารถป้องกันได้ถ้ามีการปรับปรุงให้กระบวนการ Onboarding นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ AI สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ดังต่อไปนี้

  • แบ่งเบาภาระในการจัดการงาน : AI ช่วยให้การจัดส่ง และรับเอกสารต่างๆ ที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเอกสารนโยบายบริษัท และข้อมูลเกี่ยวกับการ Login เข้าระบบของบริษัทสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ โดยที่ AI สามารถติดตามได้ว่าเอกสารฉบับไหนที่พนักงานได้อ่านเรียบร้อยแล้ว หรือตรวจจับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้แบบอัตโนมัติเมื่อแต่ละขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ทีม HR ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบขั้นตอนเหล่านี้ด้วยตนเองในแบบแมนนวล
  • Onboarding ได้ 24 ชั่วโมง : ผู้ช่วยดิจิทัล (Digital assistant) ช่วยยกระดับขั้นตอนการทำ Onboarding โดยสามารถให้คำแนะนำพนักงานใหม่ในทุกขั้นตอนที่จำเป็นของการ Onboarding และช่วยแนะนำในขั้นตอนถัดไปแบบเชิงรุกเพื่อให้พนักงานพร้อมที่จะทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  • ทำงานได้รวดเร็วขึ้น : ผู้ช่วยดิจิทัลที่ีมี AI เป็นตัวขับเคลื่อนสามารถแนะนำการเรียนที่เกี่ยวข้องการทำงานให้กับพนักงานใหม่ได้โดยดูจากข้อมูลพนักงานที่ทำงานได้ดีในตำแหน่งงานนั้นๆ และแนะนำคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือ และบทความต่างๆ เพื่อให้พนักงานใหม่ได้เรียนรู้
4. AI ที่ช่วยบริหาร Talent management

การรักษาพนักงานไว้กับองค์กรเป็นสิ่งที่ยังคงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับองค์กรที่ต้องสร้างการมีส่วนร่วมกับพนักงาน หนึ่งในมิติที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือการบริหารจัดการคนเก่งในองค์กร หรือ Talent management ซึ่งขับเคลื่อนโดยสถานที่ทำงานที่มีคนถึง 5 รุ่นที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กัน และกลายเป็นการขับเคลื่อนองค์กรตามวัตถุประสงค์มากขึ้น 

ในขณะเดียวกันหลายๆ องค์กรยังไม่ได้มีการนำเรื่องการบริหารจัดการคนเก่งในองค์กรยุคใหม่มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ และยังคงมีอัตราการลาออกของพนักงานที่สูงอยู่ โดยที่ AI สามารถช่วยองค์กรจัดการเรื่อง Talent management ได้ดังต่อไปนี้

  • สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน : AI  สามารถใช้ข้อมูลในการแนะนำเส้นทางอาชีพ (Career development) ให้กับพนักงานแต่ละคนได้ การวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง ปิดช่องว่างของทักษะให้กับพนักงาน กลยุทธ์ผลตอบแทน เป็นต้น
  • สนับสนุนผู้บริหารในการพัฒนาพนักงาน : สนับสนุนผู้จัดการ และผู้บริหารในองค์กรในการพัฒนา และส่งเสริมพนักงานที่มีความสามารถ ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับธุรกิจ
5. AI ที่ช่วยในการพัฒนา และเรียนรู้ของพนักงาน

การเดิมพันไม่เคยสูงขึ้นกับเรื่องการเรียนรู้ ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนนิยามของการจ้างงานใหม่ และธุรกิจไม่สามารถมองเรื่องของการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะเป็นแค่ค่าใช้จ่ายไม่ได้อีกต่อไป จากข้อมูลของ World economic forum ได้คาดการณ์ไว้ว่าระบบอัตโนมัติจะทำให้งาน 75 ล้านตำแหน่งออกไป แต่จะสร้างงานใหม่อีก 133 ล้านตำแหน่งทั่วโลกภายในปี 2022 นี้  ทำให้พนักงานต้องปรับตัว หรืออาจจะต้องเผชิญกับโอกาสที่จะกลายเป็นตำแหน่งงานที่ไม่มีความสำคัญได้

การเรียนรู้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ช่วยให้องค์กรกำจัดช่องว่างของทักษะ กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างการมีส่วนร่วม รวมถึงรักษาพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่องค์กรต่อไปได้ แต่แม้กระทั่งกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ยังคงต้องเจอกับความท้าทาย เนื่องจากหลักสูตรในการเรียนรู้มักจะถูกออกแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัท มากกว่าความคล่องตัวและประสิทธิภาพของพนักงาน

ด้วยการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ทำให้การสร้างทักษะขึ้นมาใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน หรือที่เรียกกันว่า Reskill ได้กลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ของการสรรหาพนักงานใหม่ ดังนั้นองค์กรที่ตอนนี้กำลังมองหาเรื่องการเรียนรู้ และพัฒนาพนักงาน (L&D) เพื่อที่จะเติมเต็มช่องว่างในหลากหลายหน้าที่ โดยที่ AI สามารถช่วยได้ดังต่อไปนี้

  • นำเสนอการเรียนเฉพาะบุคคล : การเรียนเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนได้ และมีความหมายกับผู้เรียน ระบบ AI สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนรู้ของพนักงาน ทักษะที่สนใจ สไตล์การทำงาน และโปรเจคที่รับผิดชอบ และหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อที่จะแนะนำคอร์สเรียนที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพ และความสามารถของพนักงานในที่ทำงานได้
  • โปรโมตการเรียนรู้ร่วมกัน : พนักงานจากหน่วยงานที่แตกต่างกันมักจะต้องมาเรียนด้วยกัน เพื่อจะเรียนรู้จากกันและกัน และระบบ AI สามารถช่วยจับคู่พนักงานที่ควรจะมาเรียนด้วยกันได้ ความร่วมมือกันขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน ทำให้การทำงานภายในองค์กรเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และยกระดับความสามารถของทีมได้ วิธีการเรียนรู้ในรูปแบบนี้ได้ผลกับรูปแบบการทำงานในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมากที่งานประจำวันมักจะเกิดขึ้นเพราะการร่วมมือของคนในทีม
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการเรียนรู้ : ระบบ AI สามารถช่วยจัดการ Workload ของแอดมินได้ด้วยการปรับเปลี่ยนหลักสูตรตามบทบาท สถานที่ และรูปแบบของธุรกิจในขณะเดียวกันมีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การมีปฏิสัมพันธ์ และผลลัพธ์ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้ทีมผู้บริหารสามารถบริหารจัดการทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรายงานผลถึงการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร
เริ่มต้นนำ AI ไปใช้กับงาน HR

AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การบริหารทรัพยากรบุคคลได้เป็นเรื่องที่มีความท้าทายทั้งในแง่ของการสรรหาบุคลากร จนถึงการพัฒนาทักษะ และความสามารถของพนักงาน รวมถึงองค์กรจะทำอย่างไรที่จะรักษาพนักงานที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรได้ การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในขั้นตอนการทำงานของ HR ทำให้ทีม HR มีตัวช่วยในการจัดการหน้าที่งานต่างๆ ได้อย่างสะดวก และรวดเร็วมากได้มากยิ่งขึ้น

ขอบคุณบทความ : https://aigencorp.com/ai-in-human-resource-management/

Table of Contents

บทความแนะนำ

ขั้นตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 สำหรับพนักงานและ HR

ขั้นตอนการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2026 (สำหรับรายได้ปี 2568)

ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 เป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนควรเตรียมตัวให้พร้อม...

อ่านเพิ่มเติม...
Flexible Benefits ระบบสวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่นสำหรับ HR Manager

Flexible Benefits คืออะไร? คู่มือสำหรับ HR Manager ในการออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่

Flexible Benefits หรือ สวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่น คือหนึ่งในกลยุทธ์ด้าน HR...

อ่านเพิ่มเติม...
ระบบ HR ที่มี AI สำหรับ SME ช่วยบริหารข้อมูลพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

ระบบ HR ที่มี AI ในราคาที่ SME เข้าถึงได้: เมื่อเทคโนโลยี AI เปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคลจากงานเอกสารสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ระบบ HR ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management: HRM)...

อ่านเพิ่มเติม...