5 วิธี SET WORK PRIORITY! จัดลำดับความสำคัญของงานฉบับผู้จัดการที่เก่งกาจ

ในแต่ละวันผู้จัดการจะมีภารกิจมากมาย ถ้าไม่สามารถ Set Work Priority บริหารจัดการหรือจัดลำดับความสำคัญของงานได้ดีและรัดกุม ก็มีโอกาสจะเป็นวันที่น่าปวดหัวมาก ๆ เพราะไหนจะต้องรับผิดชอบงานกลยุทธ์ การวางแผนระยะยาว ต้องรับผิดชอบงานภายในและลุยงานภายนอกองค์กร

ถ้าคนที่เป็นผู้จัดการไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของงานได้ ก็คงจะส่งผลกระทบต่อ

  • ความรวดเร็วในการทำงาน
  • ทำให้เกิดคอขวด
  • การตัดสินใจล่าช้า
  • งานสะดุด
  • งานไม่คืบหน้า
  • ลูกค้าไม่พอใจ
  • ประสิทธิภาพองค์กรตกต่ำ
  • ผลงานตกเป้า
  • บริษัทไม่เจริญก้าวหน้า

ดังนั้นการจัดลำดับความสำคัญของงานสำหรับคนที่เป็นผู้จัดการจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้ามีความเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ก็จะทำให้

  • ผลงานมีมากยิ่งขึ้น
  • ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น
  • กระบวนการทำงานภายในรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • ความพึงพอใจลูกค้าก็จะสูงขึ้น
  • ยอดขายทะลุเป้าหมาย
  • การเติบโตของบริษัทก็สูงลิ่ว

บทความนี้จึงได้นำ 5 วิธี Set Work Priority ฉบับผู้จัดการที่เก่งกาจ มาแบ่งปันเพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่เป็นผู้จัดการ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้น

5 วิธี Set Work Priority

1. เริ่มต้นด้วยการจัดทำรายการงานที่ต้องทำ

ทุกวันก่อนเริ่มทำงาน สิ่งแรกที่ผู้จัดการจะต้องทำคือเขียนรายการงานที่ต้องทำหรืองานที่ค้างอยู่ออกมาให้ครบถ้วน ตรงนี้หลายคนอาจจะทำไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืนหรือช่วงเย็นก็ทำได้เช่นกัน หลักการตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าผู้จัดการหลายคนมักจะเริ่มต้นทำงานด้วยการเปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็เช็คอีเมล ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการทำงานที่อันตรายมาก เพราะเมื่อคุณเปิดคอมพิวเตอร์และเข้าไปในโลกออนไลน์แล้ว กว่าคุณจะเงยหน้าขึ้นมาอีกทีนึงก็อาจจะล่วงเลยไปหลายชั่วโมงแล้วก็ได้

ดังนั้น กระดุมเม็ดแรกที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งสติ แล้วจดบันทึกออกมาว่าวันนี้มีภารกิจอะไรที่ต้องทำให้สำเร็จบ้าง

2. ระบุงานตามความสำคัญและความเร่งด่วน

เมื่อได้จดรายการงานทั้งหมดแล้ว อย่าเพิ่งลงมือทำงานทันทีโดยการไล่ทำงานทีละข้อตาม Check List เด็ดขาด เพราะวิธีนี้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และโอกาสจะทำงานสำเร็จทั้งหมดก็น้อย แต่ควรเริ่มจากการมองภาพรวมงานทั้งหมดก่อนว่างานไหนสำคัญ งานไหนด่วน หรืองานไหนทั้งด่วนและสำคัญซึ่งเราต้องมุ่งโฟกัสเลยในวันนี้

3. จัดลำดับความสำคัญของงาน

เมื่อแยกแยะได้แล้วว่างานไหนสำคัญ งานไหนเร่งด่วนก็พิจารณาต่อเลยว่ามีงานอะไรที่เราควรทำเอง (Do) มีงานไหนที่เราควรมอบหมายให้ทีมช่วย (Delegate) หรือมีงานไหนที่ไม่จำเป็นต้องทำวันนี้ก็เลื่อนออกไปก่อน (Delay)

4. กำหนดระยะเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละงาน

เรื่องนี้คล้าย ๆ ตอนเราวางแผนทำข้อสอบสมัยเรียนหนังสือ (บางคนอาจจะไม่เคยวาง) คือต้องกะเวลาการทำข้อสอบข้อละกี่นาที เพื่อให้ทำทันครบภายในเวลาที่กำหนด ในการทำงานแต่ละอย่างก็เช่นกัน ผู้จัดการควรวางแผนและกำหนดเวลาให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะทำแต่ละงานไปเรื่อย เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ซึ่งแบบนี้ไม่ work เท่าไหร่ ผมขอยกตัวอย่างการกำหนดระยะเวลาการทำงานประจำวัน เช่น

  • งานวางแผนน่าจะต้องใช้สัก 1 ชั่วโมง
  • งานติดต่อประสานงานกับโรงงานสัก 30 นาที
  • งานที่ต้องคุยกับ Supplier 30 นาที
  • งานประชุมกับแผนกบัญชีสัก 20 นาที
  • งานที่ต้องโค้ชทีมอีก 1 ชั่วโมง
  • งานประชุมผ่าน Zoom กับลูกค้าสองราย รายละ 30 นาที

หลังจากนั้นก็นำงานแต่ละงานไปใส่ในตารางเวลาประจำวันได้เลย แค่นี้ก็พอมองเห็นแล้วว่ากำหนดการทำงานวันนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง

5. บริหารจัดการสิ่งที่ขัดจังหวะให้ดี

แม้ว่าเราจะกำหนดเวลาที่ชัดเจนไว้แล้วว่าเราจะทำอะไรในช่วงเวลาไหน แต่ในการทำงานจริงก็มีโอกาสที่จะมีงานแทรก ลูกค้าโทรมา ลูกน้องขอหารือ และอื่น ๆ อีกสารพัดที่มา “ขัดจังหวะ” การทำงานตามแผน ซึ่งเราต้องบริหารจัดการ มีเทคนิคหลายอย่างที่อยากแชร์คือ ผู้จัดการอาจจะต้องเผื่อเวลาว่างไว้ในแต่ละช่วงเวลา เช่น กำหนดการทำงานตามแผนจาก 09:00-10:30 และจาก 10:30-11:00 ก็กำหนดเป็น Free Time ที่ปล่อยอิสระไว้ 30 นาทีเผื่อให้ลูกน้องมาหารือหรือโทรกลับสายที่เป็น Missed Calls ช่วงบ่ายอาจจะกำหนด Free Time ไว้สักสองช่วงก็ได้ แบบนี้เราก็จะมีเวลาโฟกัสการทำงานตามแผนมากขึ้น

เมื่อคนที่เป็นผู้จัดการได้อ่านบทความจนถึงตอนนี้แล้วผมเชื่อว่าท่านก็พอจะได้ไอเดียในการ Set Work Priority จัดลำดับความสำคัญของงานประจำวันมากขึ้น ลองนำไปใช้งานดูนะครับว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณบทความดีๆ จาก : https://deoneacademy.com/5-ways-to-set-work-priority-for-manager/

Table of Contents

บทความแนะนำ

ขั้นตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 สำหรับพนักงานและ HR

ขั้นตอนการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2026 (สำหรับรายได้ปี 2568)

ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2569 เป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนควรเตรียมตัวให้พร้อม...

อ่านเพิ่มเติม...
Flexible Benefits ระบบสวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่นสำหรับ HR Manager

Flexible Benefits คืออะไร? คู่มือสำหรับ HR Manager ในการออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่

Flexible Benefits หรือ สวัสดิการพนักงานแบบยืดหยุ่น คือหนึ่งในกลยุทธ์ด้าน HR...

อ่านเพิ่มเติม...
ระบบ HR ที่มี AI สำหรับ SME ช่วยบริหารข้อมูลพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

ระบบ HR ที่มี AI ในราคาที่ SME เข้าถึงได้: เมื่อเทคโนโลยี AI เปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคลจากงานเอกสารสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ระบบ HR ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management: HRM)...

อ่านเพิ่มเติม...