ซีอีโอของดีแทคได้กล่าวในงานสัมมนาของ Brand Inside ได้กล่าวถึงเทรนด์สำคัญของที่ทำงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขณะเดียวกันก็ยังได้เน้นย้ำถึงความหลากหลายของมนุษย์ที่มีความแตกต่างกัน

ชารัด เมห์โรทรา CEO ของ dtac ได้ขึ้นกล่าวในงานของ Brand Inside Forum – New Workforce โดยเน้นไปที่เรื่องสำคัญคือ COVID-19 ได้เปลี่ยนเทรนด์ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันในด้านของการทำงานนั้นก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย นอกจากนี้เขายังได้กล่าวถึงเรื่องความหลากลายของมนุษย์ รวมไปถึงความหลากหลายทางเพศนั้นจะเป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

CEO ของ dtac ได้เล่าถึงเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เปลี่ยนแปลงการทำงานทั้งหมดที่หลายๆ บริษัทเองก็ต้องปรับตัว ซึ่ง dtac เองก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่ต้องปรับตัวด้วย โดยผลการสำรวจหลังจากที่ปรับเปลี่ยนการทำงานจากที่บ้านว่าพนักงานของ dtac และต่อมานั้นพนักงานของ dtac ถึง 95% เลือกที่จะทำงานได้แบบยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งทำงานจากที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ นอกจากนี้ยังพบว่าประสิทธิภาพในการทำงานนั้นถือว่าเท่ากับการทำงานที่สำนักงานเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในผลสำรวจของพนักงาน dtac ชารัด ได้เล่าถึงผลสำรวจว่าพนักงาน dtac รำคาญอะไรและคิดถึงสิ่งไหน ซึ่งพนักงานของ dtac ส่วนใหญ่รำคาญเสียงรบกวน ขณะเดียวกันพนักงานส่วนใหญ่เองก็ยังคิดถึงการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจะเห็นว่าเราอาจคิดถึงสิ่งที่เราเกลียดและชอบไปในเวลาเดียวกัน

ชารัด ยังได้เล่าว่าในช่วงการล็อกดาวน์ dtac ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมได้เห็นเทรนด์สำคัญๆ 5 เรื่องสำคัญที่เปรียบได้กับสีแต่ละสีในสายรุ้ง ได้แก่

  1. สีแดง สีของการเตือนภัย จะเห็นว่าในช่วงการล็อกดาวน์ พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากปริมาณการใช้งาน นอกจากนี้ CEO ของ dtac เองยังได้ย้ำเตือนถึงเรื่องทักษะหลักๆ ของพนักงานจะล้าสมัยภายใน 5 ปี ซึ่งทำให้คนต้องฝึกฝนทักษะใหม่ๆ และเรื่องนี้เป็นความท้าทายของรัฐบาลแต่ละที่อย่างมาก
  2. สีส้ม สีของความร่วมมือและสร้างสรรค์ ชารัดได้กล่าวว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือเรื่องการคิดเชิงวิพากษ์ จะเป็นทักษะสำคัญในอนาคต ขณะเดียวกันในการทำงานเองที่ dtac นั้น ชารัดได้เล่าว่าก็ต้องมีความยืดหยุ่นในขั้นตอนทำงานแต่ต้องมีเป้าหมายที่แน่นหนาว่าจะฝ่าฟันไปได้ ไม่เพียงแค่นั้นโครงสร้างขององค์กรเองก็ต้องราบเรียบลงมาด้วย
  3. สีเขียว ธุรกิจต้องมีความรับผิดชอบ ชารัดได้เล่าถึงเรื่องแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเรื่องของ ESG จะมีความสำคัญในอนาคต
  4. สีฟ้า สีของพื้นที่ เมื่อสภาพแวดล้อมการทำงานเปลี่ยนไป ชารัด ได้เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การทำงานที่ dtac ว่าพื้นที่ในการทำงานใหม่จะต้องเป็นพื้นที่ที่ทำงานและใช้ชีวิตจะต้องเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน และต้องสอดคล้องกับการพูดคุยและแลกเปลี่ยยความคิดกับเพื่อนร่วมงาน แต่ก็มีพื้นที่สงบให้กับพนักงานที่ต้องการสมาธิ
  5. สีม่วง สีของขีดจำกัด ชารัดได้เปรียบเทียบว่ามนุษย์นั้นไม่สามารถที่จะรับแสงแบบ Ultra Violet ได้ นั่นคือขัดข้อจำกัดของมนุษย์เรา ทำให้งานบางอย่างนั้นการใช้ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ทำงานให้ถือเป็นเรื่องที่ลดภาระการทำงานของมนุษย์ลง โดยเฉพาะงานที่ซ้ำซาก ซึ่งหุ่นยนต์เหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ 100% และมีความยืดหยุ่น ขณะเดียวกันชารัดมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นโอกาสด้วยซ้ำที่จะทำให้เราสามารถไปทำงานที่สร้างสรรค์กว่าได้

นอกจากนี้ชารัดยังได้เน้นถึงว่าที่ทำงานในอนาคตจะต้องตระหนักว่ามนุษย์แต่ละคนมีความเฉพาะตัว และมีความหลากหลาย เช่นความหลากหลายทางเพศเปรียบได้กับธงสายรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์ของ LBGTQ ซึ่งที่ทำงานยุคใหม่จะต้องมีการผลักดันกระบวนการเหล่านี้ให้มากขึ้นด้วย ผ่านกระบวนการของแต่ละองค์กร

ที่มา : https://brandinside.asia/dtac-ceo-talking-about-trends-of-new-workplace-workforce-bi-forum-3-nov-2020/?fbclid=IwAR1v19ugC2D-SRv6wweWGrV6IVw8m5RaD8IhW5pQUOqddlYW1VLAv9mdD_M