นับว่าเป็นความได้เปรียบของบริษัทใหญ่ที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการสรรหาคนที่ดีที่สุดมาทำงานมากแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าหากคนที่มีศักยภาพเหล่านั้นได้มาเจอผู้จัดการทีมที่ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมล่ะก็ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องถอนตัวทันทีเมื่อมีโอกาส

ในทางกลับกัน หากบริษัทคุณมีผู้นำที่ยอดเยี่ยมล่ะก็ เขาคนนั้นไม่เพียงแต่จะสามารถดึงศักยภาพของคนในทีมออกมาได้อย่างเต็มที่เท่านั้น เขายังเป็นผู้คนที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดอีกด้วย

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ Google ได้ทำการศึกษาเพื่อหาว่าคุณสมบัติของเหล่าผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมว่ามีอะไรบ้าง ในโปรเจคที่มีชื่อว่า Project Oxygen พวกเขานำลิสต์ของคุณสมบัติเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นชุดคำถาม ทำการส่งให้คนในบริษัททำการประเมินผู้จัดการของตนเอง อีกทั้งนำคุณสมบัติเหล่านี้ไปฝึกอบรมผู้นำเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งผลจากการศึกษาก็นับว่าคุ้มค่า ทั้งพนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

พวกเขาพบว่าการที่ผู้นำมีทักษะด้านเทคนิคการทำงานมีความจำเป็นน้อยกว่าที่คาดไว้ ในทางกลับกันความฉลาดทางอารมณ์ของผู้นำ อย่างเช่นความสามารถในการเข้าใจและควบคุมอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เรามาดู 10 คุณสมบัติในตัวผู้นำที่บรรดาผู้จัดการเยี่ยมยอดของ Google มีกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

1. ผู้ที่มีความเป็นโค้ชที่ดี

ผู้นำที่ดีจะใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาทำการสอนคนในทีม แทนที่จะทำการแก้ทุกปัญหายิบย่อยที่เกิดขึ้นในแต่ละวันด้วยตัวเอง

พวกเขาจะทำการไกด์คนในทีม และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเมื่อจำเป็น ซึ่งนี่จะเป็นการช่วยคนในทีมให้ได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่า ในขณะเดียวกันก็ได้เติบโตในสายงานไปด้วย

2. ผู้ที่รู้วิธีเพิ่มศักยภาพคนในทีมและไม่พยายามบริหารจัดการทุกอย่าง

แน่นอนว่าไม่มีใครชอบการถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลา

ผู้จัดการที่ดีจะให้อิสระแก่คนในทีม ทั้งอิสระในการออกไอเดีย ในการกล้าลงมือเสี่ยง (อย่างชาญฉลาด) รวมไปถึงการกล้าที่จะทำผิดพลาด

นอกจากนี้พวกเขายังจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นเมื่อในทีมต้องการ อีกทั้งอนุญาตให้มีตารางเวลาและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่น

3. ผู้ที่แสดงความสนใจและความห่วงใยคนในทีม ทั้งเรื่องความสำเร็จ เรื่องส่วนตัว และความเป็นอยู่

ผู้จัดการที่เยี่ยมยอดจะแสดงความตระหนักในตัวพนักงานในฐานะบุคคลหนึ่ง พวกเขามองเห็นคุณค่าของไอเดียที่พนักงานเสนอไป แม้ว่ามันจะแตกต่างจากมุมมองของพวกเขาก็ตาม

นอกจากนี้ Google ยังพบว่า กุญแจความสำเร็จของการทำงานเป็นทีมคือ ‘การสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจให้พนักงาน’

ในทีมที่มีความปลอดภัยทางจิตใจสูง คนในทีมจะรู้สึกกล้าที่จะลงมือเสี่ยงร่วมกัน พวกเขามั่นใจว่าคนในทีมจะไม่ทำให้ลำบากใจ รวมถึงจะไม่โทษใครคนใดคนหนึ่งเมื่อมีการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือทำให้ผู้อื่นขายหน้าเมื่อมีการถามคำถามหรือออกไอเดียใหม่ๆ

ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ทีมที่ดีจะมีความไว้วางใจกันสูงมาก ซึ่งผู้จัดการที่ดีจะเป็นช่วยสร้างความไว้วางใจนั้นให้เกิดขึ้น

4. ผู้ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์

ผู้จัดการที่เยี่ยมยอดนั้นไม่ใช่การทำตัวเป็นดาวเด่นเพียงผู้เดียว แต่เขาจะทำให้คนในทีมได้เติบโตและพัฒนาไปด้วยกัน

พวกเขาทำโดยการแสดงตัวอย่างที่ถูกต้องและตัวอย่างที่ผิดเมื่อจำเป็น รู้จักการส่งมอบงานตามลำดับความสำคัญ อีกทั้งกล้าที่จะลงไปช่วยคนในทีมเมื่อพวกเขาต้องการ อีกทั้งสร้างแรงจูงใจให้คนในทีม

5. ผู้เป็นนักสื่อสารที่ดี เป็นผู้ฟังที่ดี และแชร์ข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ

ผู้จัดการที่ดีนั้นเป็นผู้ฟังที่เยี่ยมยอด ซึ่งการเป็นผู้ฟังที่ดีนั้นจะเป็นการช่วยทำให้สามารถเข้าใจคนในทีมได้ดีขึ้น อีกทั้งสามารถแสดงความเห็นอกเห็นใจได้อย่างเหมาะสม

พวกเขายังตระหนักว่าความรู้นั้นคือขุมทรัพย์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงมีการแชร์ข้อมูลกับคนในทีมอยู่เสมอ ทุกอย่างโปร่งใส ดังนั้นคนในทีมจึงรู้ว่าพวกเขาทำงานแต่ละอย่างไป ‘ทำไม’ แทนที่จะทำไปเพื่อ ‘อะไร’

6. ผู้ที่ช่วยคนในทีมให้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพ

ผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมจะสนับสนุนพนักงานโดยการกล่าวคำชมอย่างจริงใจและเฉพาะเจาะจง เช่นกันพวกเขาก็ไม่กลัวที่จะให้ฟีดแบคอย่างมีไหวพริบและสร้างสรรค์

พวกเขายังลงทุนในทรัพยากรคนโดยช่วยให้คนในทีมบรรลุเป้าหมายการทำงานส่วนบุคคล โดยการกระตุ้นให้คนในทีมทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

7. ผู้ที่มีวิสัยทัศน์และมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน

ผู้จัดการที่ดีนั้นรู้ว่าคนในทีมกำลังทำงานกับอะไรอยู่ กำลังจะเดินไปในทิศทางไหน และต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดนั้น ซึ่งการที่จะทำคนในทีมไม่ออกนอกลู่นอกทางได้ ผู้นำจะต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดี

ในการดำเนินแผนกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จ ผู้จัดการต้องทำให้แต่ละคนในทีมรู้หน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน

8. ผู้มีทักษะทางเทคนิคสำคัญที่จะช่วยคนในทีมได้

ผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมนั้นรู้ว่าแต่ละคนในทีมมีหน้าที่อะไร รวมทั้งงานในแต่ละวันอีกทั้งความท้าทายที่ต้องเผชิญ

พวกเขามีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพียงพอที่จะทำการบริหารคนในทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น ทักษะการโค้ด, ทักษะการขาย, ทักษะด้านการทำบัญชี และอื่นๆ)

หากผู้จัดการจะต้องย้ายไปยังแผนกใหม่ เขาหรือเธอจะใช้เวลาในการทำความเข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างไร อีกทั้งสร้างความไว้วางใจกับคนในทีมก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงหรือให้คำแนะนำโดยทันที

9. ผู้มีทักษะการสร้างความร่วมมือและประสานพลังในองค์กร

ผู้จัดการที่ดีจะไม่พยายามทำงานแบบ Silo ไม่เช่นนั้นองค์กรจะ Slow ตามไปด้วย

ความหมายก็คือ การไม่ยอมให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือองค์ความรู้ระหว่างกันภายในองค์กร แต่ผู้นำที่ดีจะมองเห็นภาพใหญ่ ทำงานเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของบริษัท และสนับสนุนให้คนในทีมของเขาทำเช่นเดียวกัน

10. ผู้มีความกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

ผู้นำที่เยี่ยมยอดไม่ใช่คนที่มีอารมณ์หุนหันพลันแล่น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่เป็นผู้ที่กล้าในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด หลังจากที่ได้รับข้อเท็จจริง ได้พิจารณาความคิดและมุมมองต่างๆ ของคนในทีมแล้ว ผู้นำที่ดีจะผลักดันให้มีการเดินไปข้างหน้า แม้ว่าทุกคนในทีมจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

จากนั้น พวกเขาจะยืนหยัดในสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไป

เมื่อเวลาผ่านไป Google ได้เห็นการพัฒนา อันเป็นผลมาจากตัวชี้วัดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นความพึงพอใจและประสิทธิภาพด้านการทำงานของพนักงานที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการเติบโตในหน้าที่การงาน

หลังจากที่ได้ทำการศึกษามาหลายปี Google ก็ได้นำพฤติกรรมข้างต้นมาพัฒนาเป็นชุดคำถามเพื่อใช้ในการเพื่อมองหาผู้นำที่ดีที่สุดของบริษัท แล้วส่งให้คนในแต่ละทีมทำ ดูแบบสอบถามได้ที่นี่

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 คุณสมบัติที่ผู้จัดการที่เยี่ยมยอดของ Google มี หากบริษัทของคุณสามารถฝึกอบรมและส่งเสริมผู้จัดการในการทำสิ่งเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานให้กลายเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง

เพราะว่าผู้นำที่เยี่ยมยอดนั้นจะสามารถทำให้คนในทีมกล้าที่จะเผชิญหน้าในทุกเส้นทางที่จะไป ไม่ใช่เพราะพวกเขาต้องทำ แต่เพราะพวกเขาอยากที่จะทำ

อ้างอิงเนื้อหาในบทความจาก Inc., Business Insider, The New York Times

ที่มา : https://techsauce.co/tech-and-biz/10-traits-of-great-managers-according-to-google?fbclid=IwAR3w1PUQJJ8BQrnBm4oIDZwFNRKUPNtqJV4ri8wzdX5J3P_Ob2jukLJd3Wk