“ก็ไปหาตามเว็บสมัครงาน เจอที่ไหนรับเด็กจบใหม่ก็ส่ง ๆ เรซูเม่ไปก่อน” หญิงสาวที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากอ่านข้อความล่าสุดจากเพื่อนที่ส่งมาทางแอปพลิเคชันแชทยอดนิยม

กิ่งกาญจนาเพิ่งจะสอบไฟนอลของเทอมสุดท้ายในการเรียนมหาวิทยาลัยเสร็จไปได้ราวหนึ่งสัปดาห์ เธอก็รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องหางานอย่างจริงจัง เธอจึงลองไปถามเพื่อนของเธอดูว่าจะเริ่มสมัครงานยังไงดี ซึ่งคำตอบที่ได้มานั้น ก็ทำให้เธอสงสัยว่า การสมัครงานมันทำได้ง่าย ๆ อย่างนั้นจริงหรอ

เราขอบอกเลยว่า การหางานอาจจะดูไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายนัก และการที่มีตำแหน่งงานว่างจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้กิ่งกาญจนาได้งานทำง่าย ๆ เสมอไป JobThai.com/REACH จึงมีเทคนิคดี ๆ ในการสมัครงานให้ทุกคนที่กำลังสงสัยอย่างกิ่งกาญจนาได้นำไปปรับใช้ เพื่อช่วยให้การหางานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และเป้าหมายในอาชีพของตัวเองคืออะไร
  • การคิดว่ายิ่งส่งเรซูเม่มาก ยิ่งมีโอกาสได้งานมาก เป็นความเข้าใจที่ผิด ส่งเรซูเม่เฉพาะงานที่เราชอบ หรือ เหมาะสมกับเราจริง ๆ อย่าหว่านใบสมัคร
  • การหางาน หรือฝากเรซูเม่ผ่านเว็บไซต์หางานเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่อย่าลืมลองมองหางานผ่านช่องทางอื่นด้วย เช่น Social Media หรือ เว็บไซต์ของบริษัท คนรู้จัก และการ Walk-in
  • จดรายละเอียดการสมัครงานแต่ละที่ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้สับสนและเกิดปัญหา เมื่อถูกเรียกไปสัมภาษณ์ หรือ ได้รับแจ้งว่าได้งานแล้ว
  • อย่าท้อเมื่อถูกปฏิเสธ แต่ให้มองหาข้อผิดพลาด และแก้ไขมันให้ดีขึ้น

1. รู้จักตัวเองและเป้าหมายในอาชีพของตัวเอง

ก่อนที่จะส่งใบสมัครงาน เราควรจะต้องรู้จักตัวเองและรู้เป้าหมายในการทำงานของตัวเองก่อน ตั้งคำถามกับตัวเองดูว่าเราอยากทำงานอะไรอยากเป็นคนสำคัญในบริษัทขนาดเล็กที่อาจมีความเสี่ยงสูง หรืออยากเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ แต่มั่นคงในบริษัทใหญ่ การรู้จักตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหลายครั้งที่กว่าจะรู้ว่าเลือกเส้นทางผิด ก็เป็นตอนที่แก้ไขได้ยากแล้ว

2. เน้นที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ

ปัจจุบันช่องทางการหางานนั้นสะดวกและง่ายขึ้นมาก จึงทำให้หลายคนส่งเรซูเม่ไปแทบทุกตำแหน่ง หรือทุกองค์กรที่เห็น อย่างที่เพื่อนของกิ่งกาญจนาแนะนำ รวมถึงสมัครงานหลายตำแหน่งในบริษัทเดียวกัน เพราะเชื่อว่าการสมัครงานนั้น ยิ่งสมัครมากก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการได้งาน ซึ่งความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างมาก

เราควรจะเลือกส่งเรซูเม่ไปสมัครงานในตำแหน่งที่ต้องการทำ และเหมาะสมกับความสามารถของเราจริง ๆ เท่านั้น หรือหากเรามีบริษัทที่อยากทำงานด้วย แต่บริษัทนั้นยังไม่เปิดรับตำแหน่งที่เหมาะสมกับเรา เราก็ควรรอให้ตำแหน่งที่เหมาะกับเราว่างลงเสียก่อน อย่าสมัครไปเพียงเพราะแค่อยากทำงานที่นั่น มันอาจทำให้เราต้องเสียทั้งเวลาและพลังงานในการรอคอย แต่เมื่อถึงขั้นตอนของการสัมภาษณ์งาน มันจะส่งผลดีมากกว่าแน่นอน เพราะงานนั้นเป็นงานที่เราตั้งใจอยากจะทำจริง ๆ อีกอย่างที่สำคัญก็คือ อย่าส่งใบสมัครไปยังหลายบริษัทในอีเมลเดียว เพราะจะทำให้ผู้รับอีเมลเห็นว่าเราส่งอีเมลสมัครงานนี้ไปให้ใครอีกบ้าง

3. ใช้ช่องทางการหางานที่หลากหลาย

ในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันแบบในทุกวันนี้ ทำให้เรามีช่องทางในการหางานที่สะดวกมากขึ้น นั่นก็คือการหางานผ่านทางเว็บไซต์หางาน ที่เราสามารถเปิดดูตำแหน่งงานและบริษัทได้ง่าย และเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมถึงสามารถสร้างเรซูเม่และฝากประวัติเอาไว้ที่เว็บไซต์ ทำให้กดส่งใบสมัครไปยังบริษัทต่าง ๆ ได้ทันที ซึ่งวิธีนี้อาจทำให้เรามีโอกาสได้งานมากขึ้น เพราะฝ่ายบุคคลของบางบริษัท ไม่ได้รอแค่ให้คนส่งใบสมัครเข้าไปเท่านั้น แต่ยังมาเปิดดูเรซูเม่ของคนที่ฝากประวัติเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรจะยึดติดเพียงแค่ช่องทางนั้นช่องทางเดียว ในบางบริษัทจะโพสต์ประกาศรับสมัครงานไว้บนเว็บไซต์หรือ Social Media ของบริษัทเองด้วย ซึ่งหากเรามีบริษัทที่อยากร่วมงานด้วยอยู่ในใจ การหมั่นเข้าไปดูตำแหน่งงานว่างในช่องทางเหล่านั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราหางานได้

ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีในการช่วยหางานเท่านั้น การหางานผ่านการพูดคุยกับคนรู้จัก งานสัมมนาเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ หรือเข้าไปสอบถามและสมัครที่บริษัทโดยตรงก็เป็นการเปิดโอกาสให้เราเจองานที่หลากหลาย และมีโอกาสในการได้งานมากขึ้นเช่นกัน 

4. จดรายละเอียดตำแหน่งและบริษัทที่ส่งใบสมัครไป

ช่วงที่เรากำลังหางาน แน่นอนว่าต้องมีการส่งใบสมัครไปหลายที่ ดังนั้นเราควรจดบันทึกชื่อบริษัท และตำแหน่งที่เราสมัครเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สับสน หรือจำตำแหน่งงานกับบริษัทต่าง ๆ สลับกัน และเมื่อมีการติดต่อกลับมาเพื่อเรียกไปสัมภาษณ์ หรือแจ้งเรื่องรับเข้าทำงาน จะได้ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น

นอกจากนั้นบางบริษัทอาจเห็นเรซูเม่ของเราที่โพสต์ไว้บนเว็บไซต์หางาน แล้วคุณสมบัติที่เรามีตรงกับที่เขาต้องการ เขาก็อาจเป็นฝ่ายติดต่อมานัดสัมภาษณ์เราเอง โดยที่เราไม่ได้ส่งใบสมัครไป ในกรณีนี้ เราก็ควรจดชื่อบริษัท ตำแหน่ง รวมถึงชื่อคนติดต่อเอาไว้ด้วยเช่นกัน

5. อย่าท้อ

การถูกปฏิเสธจากบริษัท ไม่ว่าจะเป็นไม่เรียกไปสัมภาษณ์ หรือเรียกไปสัมภาษณ์งานแล้วแต่เขาไม่รับเราเข้าทำงาน เป็นเรื่องปกติที่คนหางานต้องเจอ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ พิจารณาว่าข้อผิดพลาดของเราคืออะไร เรซูเม่ของเรายังไม่ดึงดูดมากพอ หรือเราทำอะไรพลาดไปในระหว่างการสัมภาษณ์ เมื่อพบแล้วก็พัฒนามันให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป หรือบางที อาจไม่ใช่เพราะความสามารถของเรามีไม่พอ แต่อาจเป็นเพราะเราไม่เหมาะกับบริษัท หรือตำแหน่งเหล่านั้นต่างหาก การพลาดจากงานนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะพลาดตลอดไป ความสำเร็จจะมาหาคนที่มีความพยายามและไม่ย่อท้อเสมอ

ที่มา:

streetdirectory.com
themuse.com
money.howstuffworks.com
askmen.com
career-advice.monster.ie

เรียบเรียง :

https://www.jobthai.com/