Notification ของโซเชียลมีเดียชื่อดังที่เด้งขึ้นมา ทำให้เพียงฟ้าละสายตาจากคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อเธอกดดูการแจ้งเตือนนั้น เธอก็พบว่าเพื่อนของเธอคนหนึ่งได้กล่าวถึงเธอในโพสต์ เพื่อชวนไปฉลองในโอกาสที่ได้เลื่อนตำแหน่ง

ซึ่งเธอก็ได้แสดงความยินดีพร้อมกับตอบตกลงไป และได้แต่หวังอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่าสักวัน เธอจะได้มีโอกาสก้าวหน้าแบบเพื่อนของเธอคนนี้บ้าง

อย่างไรก็ตามการเอาแต่หวังว่าจะประสบความสำเร็จ ไม่เคยทำให้ใครประสบความสำเร็จได้ แต่การลงมือทำในสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้เราก้าวหน้าต่างหากที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ JobThai.com/REACH ก็เลยเอาหลักในการทำงานที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับคนทำงานก้าวหน้าได้มากขึ้นมาฝาก

  • ทำงานที่นอกเหนือจากที่ได้รับมอบหมายบ้าง แต่ต้องระวังอย่าทำให้ตัวเองดูยุ่งอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาอาจจะไม่มอบหมายงานใหม่ ๆ ที่อาจจะเป็นโอกาสให้เราได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มเติม
  • ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในเรื่องต่าง ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา แม้มันจะไม่ได้ส่งผลตอบแทนในเรื่องหน้าที่การงานโดยตรงก็ตาม
  • หาจุดอ่อนของตัวเองให้เจอ ว่ายังขาดหรือมีอะไรที่ควรปรับปรุง และการพูดว่าตัวเองไม่รู้ในบางเรื่อง ไม่ใช่เรื่องที่ผิด
  • ทำงานของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้คนอื่นที่จะต้องรับงานต่อจากคุณสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น
  • มองตัวเองเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ต้องปรับปรุงพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และรู้จักนำเสนอตัวเองอย่างมีคุณค่า
  • อย่าลืมทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข เพราะหากเราเครียดกับงานมากเกินไป ความเครียดที่มีก็อาจส่งผลกับงานได้

1. อย่าทำตัวให้ดูยุ่งตลอดเวลา

พนักงานบางคนอาจไม่ได้ถูกหยิบยื่นโอกาสดี ๆ ที่จะได้รับการส่งเสริมจากคนรอบข้างเพียงเพราะทุ่มเทมากเกินไป มัวแต่ทำงานหนักจนดูยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา เมื่อเป็นเช่นนั้นจะถูกมองว่าคุณไม่พร้อมที่จะทำอะไรเพิ่มจากเดิม และคุณจะพลาดโอกาสในงานใหม่ หรือโครงการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตัวเองได้

2. ทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับมอบหมาย

เมื่อคุณก้าวสู่จุดที่สูงขึ้น การประสบความสำเร็จในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการทำงานนอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับมอบหมาย เพราะทุกคนมักจะมุ่งทำงานตามหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ แต่คุณจะสร้างคุณค่าให้กับบริษัทได้มากขึ้นหากสามารถทำงานนอกเหนือจากนั้นได้ และเป็นการสร้างความแตกต่างให้ตัวคุณเองด้วย

3. ช่วยเหลือผู้อื่นแม้ไม่เกิดประโยชน์กับคุณโดยตรง

ในที่ทำงาน คุณสามารถช่วยเหลือผู้อื่นขณะที่เขาต้องการความช่วยเหลือจากคุณ อาทิ ช่วยยกของ เปิดประตู ตอบคำถามในสิ่งที่คุณรู้ มีน้ำใจให้กับคนรอบข้าง แม้การกระทำเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นประโยชน์หรือส่งผลตอบแทนต่อหน้าที่การงานโดยตรง แต่สิ่งที่คุณทำคือการสร้างความสัมพันธ์อันดีที่จะส่งผลดีในระยะยาวอย่างแน่นอน

4. ต้องรู้จุดอ่อนตัวเอง

จุดอ่อนที่คุณมีแต่คุณไม่รู้ตัวจะทำร้ายคุณได้มากที่สุด เพราะคุณไม่รู้ปัญหาของตัวเองว่ายังขาดอะไร มีข้อผิดพลาดตรงไหน คุณจึงต้องเปิดใจขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ เพื่อให้บอกถึงจุดบกพร่องที่คุณมองข้าม และพยายามแก้ไขมัน

5. ทำงานให้คนต่อไปทำได้ง่ายขึ้น

เมื่อคุณทำงานที่จะต้องส่งต่อให้ผู้อื่น คุณต้องพยายามทำส่วนของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด และดูว่ามีสิ่งไหนที่คุณสามารถทำเพิ่มได้ เพื่อให้กระบวนการของงานไหลลื่น และง่ายขึ้นสำหรับคนที่จะดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

6. พูดว่า “ไม่รู้” บ้างก็ได้

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะดูโง่ในสายตาคนอื่น แต่เราทุกคนย่อมมีเรื่องที่ไม่รู้ บางครั้งหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานอาจรู้สึกไม่ชอบใจหากคำตอบของคุณไม่ถูกต้อง ระลึกไว้เสมอว่าไม่มีใครคิดว่าคุณต้องรู้ทุกเรื่องตลอดเวลา แม้ในความเป็นจริงจะเป็นเรื่องยากที่ต้องยอมรับว่าไม่รู้ แต่การที่คุณไม่รู้ในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเรียนรู้ไม่ได้ อย่างน้อยคุณก็ได้รู้แล้วว่ามีอะไรบ้างที่คุณจะต้องกลับไปศึกษาเพิ่มเติม

7. ทำหน้าที่เหมือนผู้ประกอบการ

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่ผู้ประกอบการ แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้น คุณต้องมองอาชีพเป็นเหมือนธุรกิจ และมองตัวเองเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอ มุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต และรู้วิธีการนำเสนอตัวเองอย่างมีคุณค่า ให้ความสนใจว่าสิ่งใดเป็นที่ต้องการของตลาด การพัฒนาตัวเองก็เหมือนพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครองใจผู้บริโภคนั่นเอง

8. อย่ากังวลกับงานมากเกินไปจนลืมความสุขตัวเอง

อย่าเอาแต่ห่วงการทำงานจนเป็นกังวลไปเสียทุกอย่าง และปล่อยให้มันครอบงำจนลืมสนใจความสุขของตัวเอง การที่เป็นแบบนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณทุ่มเทกับงาน แต่ในทางกลับกันความเครียดจะทำให้ผลงานของคุณแย่ลง คุณจึงควรหาวิธีให้การทำงานและชีวิตส่วนตัวมีความสมดุลกัน

ที่มา : jobthai.com