“ครืดดดด…ครืดดดด” โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวชายหนุ่มขยับเล็กน้อยจากแรงสั่นของตัวเครื่อง เขากดรับสายและกรอกเสียงทักทายลงไปตามสาย “สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ เรียนสายคุณธาวินค่ะ ดิฉันติดต่อจากบริษัท… ที่คุณธาวินสมัครผ่านเว็บไซต์ JobThai.com ไว้ ทางบริษัทสนใจให้คุณมาสัมภาษณ์งาน…” สิ้นเสียงของปลายสาย ชายหนุ่มรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว เขาหยิบปากกามาจดรายละเอียดจากคู่สนทนาลงบนใบเสร็จร้านสะดวกซื้อที่ขยำทิ้งไว้แถวๆ นั้น ที่เขาดีใจขนาดนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาจะได้ไม่ต้องตอบคำถามแม่อีกต่อไปว่าเมื่อไหร่เขาจะมีงานทำ

เมื่อวางสาย ธาวินก็รีบลุกไปค้นหาเอกสารที่จำเป็นต่าง ๆ จนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยกระดาษที่กระจัดกระจาย เมื่อความตื่นเต้นเริ่มลดลง เขาจึงค่อย ๆ นั่งคิดว่ามีอะไรบ้างที่จะเตรียมตัวไว้ก่อนได้ แต่เพราะเขาไม่เคยสัมภาษณ์งาน ทำให้เขาคิดไม่ออกสักข้อเดียวว่าเขาควรต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

อาการตื่นเต้นและไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนของธาวินนั้นไม่แปลกสำหรับคนที่ไม่เคยสัมภาษณ์งาน แต่ก็อย่าตื่นเต้นเกินไปจนลืมไปว่า เราถูกเรียกสัมภาษณ์เพราะทางบริษัทได้มองเห็นแล้วว่าเรามีคุณสมบัติที่ดีพอและเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น ๆ ดังนั้นเพื่อให้มีโอกาสได้งานมากขึ้นและเพิ่มความมั่นใจว่าในวันสัมภาษณ์งานจริงจะเป็นไปอย่างราบรื่น JobThai.com/REACH  ขอแนะนำ 5 สิ่งที่เราควรเตรียมตัวไว้ให้พร้อมตั้งแต่ก่อนถึงวันสัมภาษณ์มาฝากกัน

  • เตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อมก่อนถึงวันสัมภาษณ์ ควรถ่ายเอกสารสำรองไว้มากกว่าจำนวนที่บริษัทแจ้งด้วย
  • อย่าไปสัมภาษณ์โดยที่เราไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ หรือตำแหน่งงานที่สมัครเข้าไปอย่างเด็ดขาด
  • เตรียมคำตอบสำหรับคำถามพื้นฐาน จะช่วยให้มีคำตอบดี ๆ และลดความประหม่าลงได้
  • ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์ อย่าทำลายโอกาสการได้งานของตัวเอง ด้วยการไปสัมภาษณ์งานสาย
  • เตรียมเครื่องแต่งกายและการดูแลตัวเองให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผม การแต่งหน้า หนวด เครา หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ

เตรียมเอกสารให้พร้อม

สิ่งสำคัญอย่างแรกที่เราควรเตรียมให้พร้อมก่อนถึงวันสัมภาษณ์ก็คือ เอกสารประกอบการสมัครงานไม่ว่าจะเป็น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ผลคะแนนสอบภาษาต่างประเทศ หรือการสอบเฉพาะทางต่างๆ ใบแสดงผลการศึกษาในกรณีที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ เรซูเม่ และจดหมายสมัครงาน ซึ่งเอกสารทั้งหมด เราควรถ่ายเอกสารสำรองไว้มากกว่าจำนวนที่บริษัทแจ้งไวh

นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ควรมีก็คือแฟ้มผลงาน หรือ Portfolio ที่แสดงให้เห็นถึงผลงานที่เราเคยทำมา ยิ่งมีผลงานที่น่าสนใจมาแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่มีผลงานอะไรมาแสดงให้เห็นเลย

ศึกษาข้อมูลบริษัทและตำแหน่งงานล่วงหน้า

ในการไปสัมภาษณ์งานทุกครั้งอย่าไปสัมภาษณ์โดยที่เราไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับองค์กรนั้น ๆ เลยอย่างเด็ดขาด เมื่อเราถูกเรียกสัมภาษณ์งานเราควรจะหาข้อมูลขององค์กรให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของบริษัท หรือแม้กระทั่งการค้นหาชื่อบริษัทใน Search Engine ต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติบริษัท วัฒนธรรมองค์กร ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ของบริษัท รวมทั้งข้อมูลและขอบเขตการทำงานของตำแหน่งงานที่เราสมัครด้วย เมื่อถึงวันสัมภาษณ์งานจริงหากเรานำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ขณะสัมภาษณ์ อาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานของเรา เพราะผู้สัมภาษณ์จะเห็นว่าเราสนใจและใส่ใจที่จะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงาน

เตรียมคำตอบสำหรับคำถามพื้นฐานที่มักพบในการสัมภาษณ์งาน 

ในการสัมภาษณ์งานอาจมีบ้างที่ผู้สัมภาษณ์ถามคำถามที่ไม่คาดคิดขึ้นมาแต่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีคำถามพื้นฐานเดิม ๆ ที่แทบทุกบริษัทจะต้องถาม เช่น การแนะนำตัวเอง จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร หรือทำไมเราถึงอยากทำงานนี้ เป็นต้น การคิดคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้และซ้อมตอบคำถามกับตัวเอง หรือกับเพื่อนจะช่วยให้เรามีคำตอบดี ๆ และลดความประหม่าลงได้เมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์จริง

 

ศึกษาเส้นทางการเดินทาง

อย่าทำลายโอกาสการได้งานของตัวเองด้วยการไปสัมภาษณ์งานสาย เพราะไม่ศึกษาที่ตั้งของบริษัทและเส้นทางการเดินทาง ก่อนไปสัมภาษณ์งานทุกครั้งเราควรศึกษาให้ดีว่าที่ตั้งบริษัทอยู่ที่ไหน ถ้าเป็นอาคารสำนักงานเราต้องไปติดต่อที่ชั้นไหน แล้วลองดูว่ามีเส้นทางใดบ้างที่เราใช้ได้และทางไหนเป็นทางที่สะดวกที่สุด เมื่อได้เส้นทางมาแล้วก็คำนวณดูว่าเราจะต้องใช้เวลาในการเดินทางเท่าไหร่ และเผื่อเวลาการเดินทางสักอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าวันนั้นการจราจรจะเป็นอย่างไร หรือจะมีเหตุสุดวิสัยอะไรเกิดขึ้นหรือไม่

 

เตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม

การแต่งกายไปสัมภาษณ์งานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรเตรียมให้พร้อมก่อนถึงวันนัดสัมภาษณ์งานจริง เสื้อผ้าและรองเท้าที่จะใส่ในวันสัมภาษณ์งานควรจะสุภาพ และเป็นทางการทั้งรูปแบบและสี ผู้หญิงอาจจะเป็นชุดกระโปรง หรือเสื้อเชิ้ตกับกระโปรงก็ได้ แต่ต้องป็นชุดที่เรียบร้อย และกระโปรงไม่สั้นจนเกินไป สำหรับผู้ชายควรใส่เสื้อเชิ้ต กับกางเกงสแล็ค การผูกเนคไทและใส่สูทอาจไม่จำเป็นเสมอไป ให้พิจารณาตามความเหมาะสมว่าเรากำลังสมัครตำแหน่งอะไร ในบริษัทแบบไหน

รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น อย่าใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบเด็ดขาด กระเป๋าควรเป็นแบบที่สามารถหยิบของออกมาได้อย่างสะดวกและใบไม่ใหญ่เกินไป ส่วนเครื่องประดับควรใส่แต่พอดี อย่าใส่เครื่องประดับที่มีขนาดใหญ่หรือเครื่องประดับที่อาจสร้างความรำคาญให้ผู้สัมภาษณ์

นอกจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแล้วการดูแลตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผม การแต่งหน้า หนวด เครา หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ควรดูแลและจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้สิ่งแหล่านี้มาทำให้โอกาสในการได้งานของเราลดลง

ที่มา​ : JOBTHAI.COM