NOTE:
– “ออฟฟิศซินโดรม” เป็นอาการที่พบบ่อยในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ เพราะต้องนั่งหน้าคอมพ์หรือนั่งท่าเดิมซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมง จนส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายส่วนต่างๆ อาทิ ปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบย่อยและดูดซึมอาหารพังรวมไปถึงการมองเห็นต่างๆ
– ในปี 2559 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประมาณ 20.2 ล้านคน จำนวนนี้เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุ 15 – 59 ปี จำนวน 14.4 ล้านคน หรือร้อยละ 71.2

ยิ่งทำงานมาก ยิ่งรวยมาก ยิ่งทำงานหนักถือว่าเราประสบความสำเร็จ หลายคนกำลังคิดแบบนี้อยู่รึเปล่าถ้าใครที่อายุ 30 ต้นๆ คงรู้สึกว่าการทำงานหนักเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับค่าจ้างที่ได้มาจำนวนมหาศาล แต่คุณจะหยุดความคิดเช่นนี้ทันทีเมื่อ อายุก้าวผ่านช่วง35 ปีแล้วร่างกายเจ็บป่วย ตื่นไม่ไหว และสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจบลงที่โรงพยาบาล
ยิ่งทำงานมาก ยิ่งรวยมาก ยิ่งทำงานหนักถือว่าเราประสบความสำเร็จ หลายคนกำลังคิดแบบนี้อยู่รึเปล่าถ้าใครที่อายุ 30 ต้นๆ คงรู้สึกว่าการทำงานหนักเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับค่าจ้างที่ได้มาจำนวนมหาศาล แต่คุณจะหยุดความคิดเช่นนี้ทันทีเมื่อ อายุก้าวผ่านช่วง35 ปีแล้วร่างกายเจ็บป่วย ตื่นไม่ไหว และสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจบลงที่โรงพยาบาล

การจะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทไปกับงานอย่างหนัก หรือเพียงแค่การใช้ชีวิตแบบมีเวลา แต่ไม่มีงานทำและไม่มีเงิน ก็ไม่สามารถเลี้ยงชีพให้อยู่รอดได้เช่นกัน เราควรเดินทางสายกลาง การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินพอดี ก็ไม่ทำให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของคำว่า Work Life Balance ทำชีวิตให้สมดุลในทุกด้าน ผ่านการบริหารจัดการอย่างมีระบบ

ต้องทำอย่างไรถึงชีวิตจะสมดุลในทุกด้าน

1. ยึดหลัก 8-8-8

ท่องจำให้ขึ้นใจ ตองแปดสำหรับชีวิต คือการแบ่งส่วนการทำงานในเวลา 8 ชั่วโมง หลังจากเลิกงานควรมีเวลาทำกิจกรรมให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ออกกำลังกาย หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้เต็มที่ แล้วอีก 8 ชั่วโมงทำอะไร ก็แค่นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะเวลานอน ไม่เพียงแต่เป็นการให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่ยังเป็นช่วงเวลาให้ร่างกายได้ซ่อมแซม ฟื้นฟูส่วนต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ

2. จัดสรรเงินเพื่อเพิ่มพูนหรือสร้างสมดุลสิ่งที่มีอยู่

ปัจจัย 4 ที่เราต้องการมีไม่กี่อย่าง ฉะนั้นเราต้องการมีที่อยู่อาศัยไปเพื่ออะไรถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างความสุข เป็นที่พักผ่อนยามเหนื่อยล้าหรือแม้กระทั่งเป็นการลงทุนเพื่อต่อยอดเงินที่มีอยู่ รวมไปถึงจัดสรรเงินสำหรับการใช้ชีวติไปทำงานในแต่ละวันให้เพียงพอด้วยเช่นกันเมื่อหันมาจัดสรรเงินอย่างคุ้มค่า ทั้งเติมเต็มเต็มปัจจัย 4 ให้ตัวเองไปพร้อมๆ กับแบ่งเงินส่วนที่เหลือออกไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว พักผ่อนสมองดูบ้าง ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จไปก้าวหนึ่งแล้ว

3. เลือกงานที่เอื้อต่อการสร้างสมดุลให้ชีวิต

บริษัทที่ดีอาจไม่ใช่บริษัทที่ให้เงินเดือนมาก หรือยืดหยุ่นเรื่องการเข้าออกเวลาทำงาน แต่ต้องเป็นบริษัทที่มีทัศนคติในการให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ถ้าคุณมีคำตอบให้กับตัวเองได้ว่า ทุกๆ วันยังต้องแบกงานกลับไปทำที่บ้านเป็นประจำ หรือนอนตี 3 ตี 4 เพราะงานล้นมือทำไม่เสร็จ ให้ลองหันมามองดูตัวเองอีกครั้ง ว่ามันคุ้มค่ากับหลายสิ่งที่เรากำลังเสียไปรึเปล่า เช่นการดูแลตัวเองหรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัว คนรัก ถ้าคุณกำลังกักขังตัวเองติดกับงานมากเกินไป ปล่อยวางมันไว้และหางานที่บริษัทให้เกียรติในการใช้ชีวิตของคุณซะ

4. อย่าลืมวางแผนชีวิต

เพราะไม่รู้ในอนาคตเราจะเจอกับเรื่องอะไรบ้าง การตั้งเป้าหมายเพื่อไปให้ถึง ถือเป็นจุดมุ่งหมายแห่งความสำเร็จที่คุณจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ความสำเร็จไม่ใช่แค่การมีเงินมากๆอหรือมีชื่อเสียงโด่งดัง การที่คุณวางแผนจะมีบ้านให้ได้ก่อนอายุ 40 หรือเก็บเงินล้านให้ได้ภายใน 1 ปี ถ้าทำทุกอย่างนี้ได้ตามเป้าหมาย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน

5. เสียสละและแบ่งปันบ้างเพื่อความสำเร็จ

อย่าลืมว่าเมื่อทุกอย่างที่เราทำ ก็เพื่อให้คุณค่าและผลตอบแทนกับตัวเอง หากทำมากเกินไปจนลืมแบ่งปันคนรอบข้าง นับตั้งแต่การแบ่งเวลาให้ การเสียสละเรื่องส่วนตัวสิ่งต่างๆ ให้ระลึกไว้เสมอว่าเราไม่ได้เดินมาถึงจุดมุ่งหมายเพียงคนเดียว การได้กำลังใจจากคนรอบข้างก็สำคัญ ฉะนั้นสละเวลาส่วนตัวทำเพื่อคนอื่นบ้าง ให้พวกเขาเห็นความสำเร็จของเราไปด้วยกัน

การจะสร้างสมดุลให้ชีวิตเพียงเริ่มจากการปรับแนวคิด วิถีชีวิตก็เปลี่ยน บริหารจัดการมันให้สมดุลเพื่อความสุขและความสำเร็จวันข้างหน้า

ที่มาบทความ : www.ananda.co.th