การเป็นพนักงานบริษัทหรือที่เรียกว่า “มนุษย์เงินเดือน” นั้น อาจจะเป็นคำที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอิสระภาพ เพราะต้องทำงานเป็นเวลา วันละ 8 – 10 ชั่วโมงในออฟฟิศเดิม โต๊ะทำงานตัวเดิม รวมถึงสภาพแวดล้อมเดิมๆ จึงอยากจะออกไปเป็นฟรีแลนซ์ ฝันถึงอาชีพที่มีวันหยุดเยอะๆ หรือลาออกไปเป็นเจ้าของกิจการเองเสียเลย

แต่ถึงอย่างนั้น WorkVenture อยากจะบอกคุณว่าทุกคนนั้นเหมาะกับการทำงานที่แตกต่างกันออกไป และการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นก็ไม่ได้มีแต่ “ข้อจำกัด” อย่างเดียวเท่านั้น อันที่จริงแล้วก็ยังมีข้อดีมากมายที่จะทำให้คุณรู้สึกดีกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนขึ้นมาบ้าง

1. ได้นอนและตื่นเป็นเวลา

ในขณะที่หลายๆ อาชีพนั้นต้องกินนอนไม่เป็นเวลาหรือทำงานเป็นกะ ทำให้ไม่สามารถที่จะกำหนดเวลานอนเองได้ แต่เหล่าพนักงานบริษัทนั้นมักจะมีเวลาการทำงานและการเข้าที่กำหนดตายตัว ทำให้เรารู้ว่าควรจะเข้านอนและตื่นนอนไหนถึงจะไปทำงานได้ทันโดยไม่ง่วงนอนจนเกินไป

ดีอย่างไร:

  • การพักผ่อนอย่างเพียงพอนั้นส่งผลเกิด ความมั่นคงทางอารมณ์และเกิดสมาธิในการทำงานซึ่งส่งผลให้ Productivity ในการทำงานสูงขึ้น ซึ่งเมื่อเราทำงานได้ดี ก็จะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองอีกด้วย

  • ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วยเพราะช่วยลดอย่างไม่ว่าจะเป็น โรคนอนไม่หลับ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตและโรคเครียด เป็นต้น

2. เก่งเรื่องคนมากขึ้น

สภาพแวดล้อมการทำงานทำในออฟฟิศจะทำให้เราต้องรับมือกับคนหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานทั้งในและนอกแผนก รวมไปถึงลูกค้าอีกด้วย ซึ่งการรับมือคนหลากหลายรูปแบบจะทำให้รู้จักกับการจัดการอารมณ์มากขึ้น

ดีอย่างไร:

  • นอกเหนือจากที่ทำงานแล้ว เรายังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในสังคมอีก การที่เราได้เจอเพื่อนร่วมงานที่หลากหลายจะทำให้เรารับมือกับคนได้เก่งขึ้น ระมัดระวังคำพูดมากขึ้น

  • ปล่อยวางได้มากขึ้น เพราะการเจออะไรซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวันจะทำให้เราชิน จากนั้นเราก็จะกลายเป็นคนปล่อยวางไปเอง

3. ตื่นตัวทางการเงินมากขึ้น

เรื่องเงินเดือนเป็นประเด็นที่ใหญ่ยิ่งสำหรับคนที่ทำงานรับเงินเดือน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เลือกทำงานหรือไม่ทำงานเลยที่เดียว แต่ข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือนก็คือการได้รับเงินเดือนที่สม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องรายรับ เพราะถึงเวลาเราก็จะได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้

ดีอย่างไร:

  • การได้รับเงินเดือนสม่ำเสมอทุกเดือน ทำให้วางแผนทางการเงินล่วงหน้าได้ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมค่าใช้จ่าย วางแผนออมเงิน เงินเก็บสำหรับใช้ฉุกเฉินหรือเงินสำหรับลงทุน

  • ได้รับการอนุมัติการกู้เงินหรือสินเชื่อจากธนาคารง่ายกว่าคนที่ไม่ได้ทำงานประจำเมื่อต้องการจะผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรืออื่น ๆ

  • มักจะมีความพยายามในการหาเงินเพิ่มมากกว่าขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ แม้จะดูเหนื่อยหน่อยเพราะต้องทำงานเพิ่มขึ้น ขยันมากขึ้น แต่ก็เป็นการพัฒนาทักษะเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองเช่นเดียวกัน

4. เห็นคุณค่าของวันหยุด

แม้ว่าฟรีแลนซ์จะดูเหมือนว่าทำงานที่ไหนก็ได้ ทำงานตอนไหนก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถหยุดงานวันไหนก็ได้ เพราะหากหยุดงานก็จะเท่ากับการสูญเสียรายได้เลยทีเดียว แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้นมีวันหยุดและวันทำงานที่ชัดเจน ทำให้สามารถวางแผนต่างๆ ล่วงหน้าได้นานๆ และได้ใช้ชีวิตที่มีแบบแผน

ดีอย่างไร:

อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งอาชีพใดก็ตามก็มีข้อดีที่จะทำให้เราสามารถหลงรักตัวเองที่ได้ทำอาชีพเหล่านั้น แต่สำหรับพนักงานบริษัทที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่มีอิสระ ไม่ได้ท่องเที่ยวหรือไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ อย่างน้อยก็อย่าลืมว่าเรานั้นมีสิ่งที่ควบคุมได้ตั้งหลายอย่าง นอกเหนือจาก 4 ข้อข้างต้นแล้ว ลองมองหาข้อดีที่จะทำให้คุณรักงานที่ทำ สร้างกำลังใจในการทำงานมากขึ้น

ที่มา : WorkVenture Blog